108 การสื่อสารกับอาจารย์ที่ปรึกษา

researcherthailand

108 การสื่อสารกับอาจารย์ที่ปรึกษาการทำงานวิจัยแต่ละครั้งนักศึกษาที่เป็นผู้วิจัยมือใหม่อาจจะมีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกับอาจารย์ที่ปรึกษา และควรจะทำอย่างไรเพื่อให้พูดคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาได้อย่างเข้าใจตรงกันและมีความเห็นสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน ในบทความนี้มีคำตอบ ต้องคิดเสมอว่าไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิดสิ่งที่ควรเริ่มทำเป็นอย่างแรกในการทำงานวิจัยคือ การศึกษาระเบียบวิธีการทำวิจัยต่างของสถาบันการศึกษาที่เราทำการศึกษาอยู่ เพื่อให้ทราบขอบเขตของการทำวิจัยว่าเป็นอย่างไร และจัดเตรียมเนื้อหาข้อมูลต่างๆ สำหรับเข้าพบอาจารย์ที่ปรึกษาวิจัย เพื่อขอคำแนะนำในขอบเขตงาน หรือขอคำแนะนำในประเด็นที่ผู้วิจัยอาจจะยังเข้าใจไม่ชัดเจนเพียงพอ ในการขอความรู้หรือประสบการณ์จากอาจารย์ที่ปรึกษานั้น ผู้วิจัยไม่ควรที่จะนำอคติหรือทัศนคติของตนเองมาเป็นที่ตั้ง เพื่อที่จะโต้เถียงหรือยืนยันว่าความคิดของตนเองนั้นถูกต้อง เพราะนั่นอาจจะทำให้ท่านไม่ได้รับความรู้จากอาจารย์ที่ปรึกษาในการพัฒนาองค์ความรู้ของตนเองให้ดียิ่งขึ้น ต้องเชื่อมั่นในตัวอาจารย์ปรึกษาวิจัยเพราะท่านมีประสบการณ์มากกว่าอาจารย์ที่ปรึกษาแต่ละท่านกว่าจะมาเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยได้นั้น จำเป็นต้องมีประสบการณ์มาอย่างยาวนาน และมีประสบการณ์มากกว่าตัวท่านที่ทำงานวิจัยเป็นเล่มแรกอย่างแน่นอน ดังนั้นท่านควรทำความเข้าใจว่าอาจารย์ที่ปรึกษาแต่ละท่านนั้นมีคุณสมบัติทั้งคุณวุฒิและวัยวุฒิเพียงพอที่จะให้คำแนะนำแก่ท่าน เพื่อให้ท่านนั้นนำไปประยุกต์ใช้ในการทำวิจัยของท่านให้ดียิ่งขึ้นซึ่งสิ่งที่จำเป็นต้องพัฒนาเป็นอย่างแรกคือตัวของท่านเอง เพราะงานวิจัยจะออกมาดีมากแค่ไหน อย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับคุณภาพของการพัฒนาตนเองของท่าน เนื่องจากการทำงานวิจัยแต่ละครั้ง จะเป็นสิ่งที่พัฒนาองค์ความรู้ที่อยู่ในตัวของท่าน ให้นำไปพัฒนาต่อยอดและบูรณาการความรู้ของสาขาวิชาที่ท่านทำการศึกษาวิจัย และเป็นการพัฒนาตนเองด้วยเช่นกัน ควรปรึกษากับที่อาจารย์ปรึกษา 2 คนขึ้นไปในการทำวิจัยแต่ละครั้งนั้นไม่จำเป็นต้องมีที่ปรึกษาวิจัยเพียงท่านเดียว เนื่องจากอาจารย์ที่ปรึกษาบางท่านนั้นอาจจะมีความคิดเห็นที่ไม่สอดคล้องกับผู้วิจัย และท่านไม่จำเป็นที่จะต้องเอาความคิดเห็นของตนเองเป็นที่ตั้ง เพื่อโต้เถียงกับอาจารย์ที่ปรึกษาจนอาจจะก่อให้เกิดความผิดใจกันระหว่างอาจารย์ที่ปรึกษากับผู้วิจัยได้ การแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้สามารถทำได้โดยให้ท่านปรึกษากับอาจารย์ในภาควิชาหรือสาขาวิชาเดียวกันอีกท่านเพื่อหาที่ปรึกษาวิจัยอีกท่านหนึ่ง ที่มีความคิดเห็นที่สอดคล้องกับความคิดเห็นของท่าน และนำคำพูดของที่ปรึกษาท่านดังกล่าว มาทำให้คำพูดของท่านนั้นมีน้ำหนักมากขึ้นเพื่อให้อาจารย์ที่ปรึกษาหลักของท่านเข้าใจ ว่าคำแนะนำของท่านนั้นอาจจะมีสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง หรือมีความคิดเห็นที่สามารถตีความได้หลายแบบโดยมากแล้วอาจารย์ที่ปรึกษาหลักมักจะยึดความคิดเห็นของตนเองเป็นที่ตั้ง เพราะว่าท่านมีความเชี่ยวชาญในการทำวิจัยเกี่ยวเรื่องนั้นๆ และอาจจะยึดแนวทางการทำวิจัยดังกล่าวว่าสิ่งนั้นถูกต้องแต่ท่านที่เป็นผู้วิจัยนั้นอาจจะทราบข้อมูลมาอีกแบบหนึ่ง จึงเกิดความคิดเห็นที่ไม่สอดคล้องกับสิ่งที่อาจารย์แนะนำ วิธีการแก้ไขที่ดีที่สุดนั้นคือการประนีประนอม โดยนำคำแนะนำจากอาจารย์อีกท่านมาเพิ่มน้ำหนักในความเห็นของท่าน ก็จะทำให้สถานการณ์นั้นดีขึ้นจนสามารถทำงานวิจัยให้สำเร็จลุล่วงไปได้จากสิ่งที่กล่าวไปทั้งหมดนี้ ส่วนใหญ่แล้วเป็นวิธีการแก้ไขที่สามารถทำให้งานวิจัยสำเร็จลุล่วงไปได้โดยดี หากท่านสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับงานวิจัยของท่านได้ ก็ถือว่าท่านทำงานวิจัยนั้นสำเร็จลุล่วงไปได้ครึ่งหนึ่งแล้ว

การเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา (Supervisor)

researcherthailand

การเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาโครงการและวิทยานิพนธ์รองศาสตราจารย์ ดร.กฤษมันต์ วัฒนาณรงค์20 ธ.ค. 2553 08:00 น. การเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา (Supervisor) ทั้งที่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ (Project) และการเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาสารนิพนธ์ (Master’s Project) วิทยานิพนธ์ (Thesis) และดุษฎีนิพนธ์ (Dissertation) เป็นงานที่มีความซับซ้อนและต้องใช้ความรู้ความสามารถมากกว่าการสอนในรายวิชา ต่าง ๆ การเป็นอาจารย์ที่ปรึกษางานวิจัยนอกจากมีความสามารถในการทำวิจัยอย่างเดียว ยังไม่เพียงพอ ต้องสามารถที่จะทำให้นักศึกษาที่ทำวิจัยมีทักษะในการทำวิจัยได้อย่างถูกต้อง ด้วยกล่าวคือ นอกจากจะเป็นผู้ที่มีความสามารถในการวิจัยแล้วยังต้องสามารถให้คำปรึกษาช่วย แก้ปัญหาการวิจัยให้กับนักศึกษาได้ด้วย การทำโครงการ (Project) (สถานศึกษาบางแห่งเรียกว่า โครงงาน) ส่วนมากเป็นการศึกษาระดับปริญญาตรีที่นักศึกษาต้องทำก่อนสำเร็จการศึกษา สำหรับสารนิพนธ์นั้นสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาโทที่เลือกแผนการเรียนแบบไม่ ต้องทำวิทยานิพนธ์ (อาจมีชื่อเรียกแตกต่างกันตามที่แต่ละหลักสูตรกำหนด) และวิทยานิพนธ์สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาโทที่เลือกแผนการเรียนที่ทำ วิทยานิพนธ์ ส่วนดุษฎีนิพนธ์นั้นสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาเอก อย่างไรก็ตามการทำงานของนักศึกษาทุกระดับชั้นอยู่บนพื้นฐานเดียวกันคือ ใช้กระบวนการวิจัยหรือวิธีการทางวิทยาศาสตร์ในการดำเนินการ ในบทความนี้จะเน้นประสิทธิภาพของการเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาในระดับบัณฑิตศึกษา หรือปริญญาโทและปริญญาเอก ซึ่งหลักการและกระบวนการนั้นมีความสอดคล้องและสามารถนำไปใช้กับการเป็น อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ (Project) หรือโครงงานในระดับปริญญาตรีได้เช่นกัน การศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา การศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาเป็นการศึกษาระดับสูงกว่าปริญญาตรี สถาบันอุดมศึกษามีบทบาทหน้าที่ด้านการวิจัยควบคู่ไปกับการเรียนการสอน ตั้งแต่ยุคแรกเริ่มของการมีสถาบันอุดมศึกษา ระบบการศึกษาระดับปริญญาเอกหรือ Ph.D. ซึ่งมีการศึกษาวิจัยชั้นสูงนั้นเกิดขึ้นในประเทศอังกฤษหลัง ปี ค.ศ. […]

เยียนโปสเตอร์งานวิจัย อย่างไรให้ดูดี

researcherthailand

เยียนโปสเตอร์งานวิจัย อย่างไรให้ดูดีมีนักศึกษาเข้ามาสอบถามเรื่อง การสร้างโปสเตอร์ผลงานวิจัย ด้วยความสงสัยว่าทำยังไงถึงจะสวย … คำถามยากมาก ที่ว่าสวยคืออย่างไร คงวัดใจกันลำบาก เอาเป็นว่าถ้าน้องพอใจว่าสวยแล้วมันก็คือสวยนั่นแหละ ส่วนคนอื่นจะเห็นว่าสวยรึเปล่านั้น คงตอบแทนกันไม่ได้แต่ที่น่าห่วงกว่าความสวยหรือไม่สวย คือเนื้อหาและความถูกต้องของผลงาน ว่าน่าสนใจไหม เอาแบบที่ใครเห็นหัวข้อก็ต้องทึ่งไปเลยว่าคิดได้ไง ทำได้ไง แบบนี้น่าจะเด็ดดวงกว่าภาพจากงาน SciEx ปีก่อนๆ ของคณะวิทย์เอาเข้าจริงส่วนหนึ่งของคนทำโปสเตอร์ก็อยากให้ออกมาสวย เนื้อหานั้นค่อนข้างมั่นใจว่าเต็มที่แล้ว (ไม่งั้นคงไม่ผ่านมาถึงตรงนี้ได้) ฉะนั้นเวลาสอนทำโปสเตอร์อยากจะแนะนำไม่ต้องสนใจทฤษฎีศิลปะใดๆ ทั้งสิ้น ชอบแบบไหนทำเลย อย่างน้อยมันก็สวยในแบบของเรา และต้องไม่ลืมความถูกต้องครบถ้วนขององค์ประกอบการนำเสนอผลงานวิจัยที่ดี ก็คือ ชื่อผลงานวิจัย ต้องเด่นชัดสะดุดตา ชื่อผู้วิจัยและต้นสังกัด เลือกให้แน่ว่าจะสังกัดสถาบันไหน บางคนมีเยอะไปหมดก็เลือกมาซักอัน หรือจำเป็นต้องใส่หมดก็ต้องใส่ให้หมด ห้ามทิ้ง บทคัดย่อ (Abstract) ช่วยคัดมาแบบข้นๆ เอาแบบอ่านแล้วเข้าใจเลยได้ยิ่งดี ไม่ต้องอารัมภบทเยอะ ระเบียบวิธีวิจัย (Methodology) สั้นๆ พอว่าใช้หลักเกณฑ์อะไร ผลการวิจัย (Result) อันนี้ก็ไม่ต้องเยิ่นเย้อเช่นกัน บอกเลยว่าเจออะไรบ้าง สรุปผล (Conclusion) สรุปจริงๆ เอาแบบจบสวยๆมีอยู่ไม่กี่อย่างที่จำเป็นต้องมีในโปสเตอร์ ต้องคัดเอาแต่เนื้อมาใส่ อย่าลืมว่าไม่มีใครอยากเสียเวลาอ่านหมด และส่วนใหญ่เราก็ยืนประจำอยู่กับโปสเตอร์อยู่แล้ว ใช้วิธีอธิบายเอาจะง่ายกว่า […]

ขู่ขึ้นแบล็กลิสต์ จ้างทำวิจัยให้ไล่ออก

researcherthailand

ขู่ขึ้นแบล็กลิสต์ จ้างทำวิจัยให้ไล่ออก ที่ประชุมอธิการบดีฯมีมติให้ไล่ออกหากพบนักศึกษาจ้างทำ-คัดลอกวิทยานิพนธ์และสารนิพนธ์ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ได้มีมติ “ไล่ออก” หากพบว่านักศึกษาในสถาบันที่เป็นสมาชิก ทปอ. 27 แห่งทั่วประเทศ จ้างทำวิทยานิพนธ์ รวมถึงคัดลอกวิทยานิพนธ์ และสารนิพนธ์ ให้พ้นสภาพความเป็นนักศึกษาทันทีศ.ประสาท สืบค้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ในฐานะประธาน ทปอ. เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานการณ์การรับจ้างทำวิทยานิพนธ์รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก โดยมีอัตรารับจ้างตั้งแต่ราคา 2 หมื่น-5 แสนบาท ขึ้นอยู่กับความยากง่ายในแต่ละสาขาวิชา รวมถึงถูกวิจารณ์ว่าเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ระบบการศึกษาไทยตกต่ำ ด้วยเหตุนี้จึงมีมติดังกล่าวออกมา โดยเริ่มต้นในปีการศึกษา 2558 ทันที• ศธ.เปิดแผนปี 64 ลุยพัฒนาโรงเรียนคุณภาพชุมชน สร้างการศึกษาเท่าเทียม• หนีโควิด!”ณัฏฐพล”ยกเลิกทดสอบโอเน็ตป.6-ม.3 ปี63ทปอ. จะส่งรายชื่อผู้ที่จ้างทำวิทยานิพนธ์ รวมถึงคัดลอกวิทยานิพนธ์ ไปยังมหาวิทยาลัยที่เป็นสมาชิกทุกแห่ง เพื่อไม่ให้รับเข้าศึกษาทุกระดับ ขณะเดียวกันผู้ที่รับจ้างทำวิทยานิพนธ์ ทปอ.ได้มอบให้นิติกรศึกษาข้อกฎหมายเพื่อหาว่าจะสามารถเอาผิดอย่างไรได้บ้างนอกจากนี้ หากพบว่าผู้รับจ้างเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยจะถือว่าผิดจรรยาบรรณอาจารย์ชัดเจน มีโทษทางวินัยซึ่งขึ้นอยู่กับการพิจารณาของมหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง จากนี้จะทำคู่มือหลักเกณฑ์และมาตรการป้องกันปัญหาดังกล่าว เพื่อกำหนดเป็นแนวปฏิบัติร่วมกันให้ชัดเจนประธาน ทปอ.บอกอีกด้วยว่า ปัจจุบันมีการรับจ้างทำวิทยานิพนธ์ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่จะประกาศว่าเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน รวมถึงสามารถทำวิทยานิพนธ์ได้ถึงเดือนละ 20 […]

รับทำวิจัย

สถาบันวิจัยและพัฒนาผลงานทางวิชาการสถาบันของเราเปิดดำเนินการมานานกว่า 20 ปี มีผลงานทั้งในระดับปริญญาเอก มากกว่า 500 ฉบับ การทำผลงานทางวิชาการในการขอตำแหน่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ (ผศ.) และ รองศาสตราจารย์ (รศ.) หรือในระดับที่ต่ำกว่าขั้นอุดมศึกษา ได้แก่ คศ.4 และ คศ.5 และการขอตำแหน่งชำนาญการพิเศษหรือตำแหน่งเชี่ยวชาญ สถาบันของเราให้ความสำคัญกับคุณภาพของงานผลงานทุกชิ้นทำขึ้นมาใหม่ ที่เป็นนวัตกรรม มีความทันสมัย เราเน้นความรับผิดชอบในระดับสูง ส่งเอกสารตรงเวลาและราคาค่าทำที่ถูกมาก ดุษฎีนิพนธ์-วิทยานิพนธ์-บทความรับทำดุษฎีนิพนธ์ รับทำปริญญาเอก สอนทำดุษฎีนิพนธ์ สอนทำปริญญาเอก งานทุกชิ้นทำใหม่ทั้งหมดโดยการสังเคราะห์เพื่อต่อยอดความรู้ใหม่ที่เป็นการออกแบบและสร้างแบบจำลอง (Model) ต้นแบบ ให้คำปรึกษาที่เหมาะสม ถูกต้องและสอดคล้องกับหัวข้อวิจัยตามแนวคิด ทฤษฏีที่เกี่ยวข้อง.. ตำรา-หนังสือ-งานวิจัยเอกสารประกอบการสอนและเอกสารคำสอนตำราวิชาการที่เรียบเรียงอย่างเป็นระบบหนังสือทางวิชาการที่ใช้ในการเผยแพร่ความรู้ไปสู่วงวิชาการหรือผู้อ่านทั่วไปงานวิจัยที่นำไปเผยแพร่ในเชิงวิชาการต่างๆ

รับสอนทำบทความวิจัยและวิชาการ

researcherthailand

รับสอนทำบทความวิจัยและวิชาการ“บทความทางวิชาการ” หรือ Academic article นั้น หมายถึง งานเขียนวิชาการซึ่งมีการวิเคราะห์ประเด็น ตามหลักวิชาการ โดยมีการสำรวจวรรณกรรมและวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ เพื่อสนับสนุน จนสามารถสรุปผลการวิเคราะห์ในประเด็นนั้นได้ โดยรูปแบบของบทความวิชาการ จะประกอบด้วย การเกริ่นนำที่แสดงเหตุผล หรือที่มาของประเด็นที่ต้องการอธิบายหรือวิเคราะห์ กระบวนการอธิบายหรือวิเคราะห์ และบทสรุป มีการอ้างอิงบรรณานุกรม ที่ครบถ้วนและสมบูรณ์ บทความวิจัย” หรือ Research article นั้น เป็นบทความที่เป็นผลงานต่อเนื่องจากงานวิจัย หรือสกัดมาจากงานวิจัย บทความประเภทนี้ เป็นบทความที่ประมวลสรุปกระบวนการวิจัย ให้มีความกระชับและสั้น สำหรับตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิชาการ สื่อสิ่งพิมพ์ หรือที่ประชุมสัมมนา โดยการพิมพ์เผยแพร่บทความวิจัย ต้องผ่านการกลั่นกรองและตรวจสอบ เนื้อหาสาระและความถูกต้อง จากผู้ทรงคุณวุฒิในวงวิชาการนั้นๆ (Peer review) นอกจากนี้ จะต้องมีรูปแบบการจัดพิมพ์ ให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานของวารสาร หรือคณะกรรมการประเมิน ♦️ รายงาน (Report) บทความวิชาการ (Academic Article) ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษและภาษาจีน รับจ้างเขียนบทความทั่วไป เชิงวิชาการ การเงิน การตลาด เศรษฐศาสตร์ […]

เกณฑ์การเสนอบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารมนุษยศาสตร์ ฉบับบัณฑิตศึกษา

researcherthailand

เกณฑ์การเสนอบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารมนุษยศาสตร์ ฉบับบัณฑิตศึกษา การเสนอบทความเพื่อตีพิมพ์ ประวัติศาสตร์ ปรัชญาและศาสนา บรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ บทความต้องไม่เคยตีพิมพ์ในวารสารและไม่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่นเรื่องที่ได้รับการตีพิมพ์ต้องผ่านการกลั่นกรองจากผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาที่เกี่ยวข้อง และได้รับความเห็นชอบจากกองบรรณาธิการ บทความที่รับพิจารณาตีพิมพ์ต้องพิมพ์เป็นภาษาไทยหรือภาษาต่างประเทศ พิมพ์บนกระดาษ ขนาด A 4 ด้วยตัวอักษร Angsana New ขนาด 16 pt. ความยาวไม่เกิน 15 หน้า (รวมบรรณานุกรม) การตั้งหน้า กระดาษ ระยะขอบ บน-ล่าง ซ้าย-ขวา 1 นิ้ว หรือ 2.54 เซนติเมตร และมีรายละเอียด ดังนี้ ไกเกอร์, อาร์โน. (2551). อำลาเบอร์ลิน: Abchied von Berlin. ใน รวมเรื่องสั้นภาษา เยอรมัน (อัญชลี โตพึ่งพงศ์, ผู้แปล). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์วงกลม. ราชบัณฑิตยสถาน. (2545). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2545. […]

โครงการ “พัฒนาประสิทธิภาพบุคลากร” กิจกรรม พัฒนาการเขียนบทความวิจัย และบทความวิชาการ

researcherthailand

โครงการ “พัฒนาประสิทธิภาพบุคลากร” กิจกรรม พัฒนาการเขียนบทความวิจัย และบทความวิชาการ หัวข้อหลัก 1 : ศึกษาตัวอย่างบทความวิชาการ/ วิเคราะห์โครงสร้างและองค์ประกอบหัวข้อย่อย ลิงค์การทดสอบประสิทธิภาพสื่อหรือชุดการสอน http://www.educ.su.ac.th/2013/images/stories/081957-02.pdfวิธีการวิจัยเชิงผสมผสานทางการศึกษา https://tci-thaijo.org/index.php/suedureasearchjournal/article/download/7084/6113/ประเด็นและแนวโน้มการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ศึกษา http://ejournals.swu.ac.th/index.php/JSTEL/article/view/7284กรอกข้อมูลวิเคราะห์ที่ https://docs.google.com/spreadsheets/d/1iTsUkbRfXLkIzk5ReFM3EEu3hPwnlz0V3VaZ4K-Nfsk/edit#gid=0 หัวข้อหลัก 2 : การร่างองค์ประกอบของบทความวิชาการด้วยเครื่องมือ 3 แบบ หัวข้อย่อย ลิงค์Flowchart (Lucidchart) https://www.lucidchart.com/pages/?noHomepageRedirect=true หัวข้อหลัก 3 : เครื่องมือและเทคนิคเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการเขียนบทความ หัวข้อย่อย ลิงค์Mendeley https://www.mendeley.com/download-desktop/Grammarly https://www.grammarly.com/office-addin/windows นำเสนอและแลกเปลี่ยนเรียนรู้

โครงสร้างของบทความวิชาการ

researcherthailand

1.1 โครงสร้างของบทความวิชาการ บทความวิชาการทั่วไปเป็นการนำเสนอผลงานอย่างเป็นระบบ มีโครงสร้างที่เป็นแก่นดังนี้ หัวข้อเรื่องชื่อผู้เขียน คำนำ หรือ ความนำ The thesis statement หรือ statement problem เนื้อหา วิธีการศึกษา ผล ประเด็นหรือเนื้อเรื่องที่ต้องการนำเสนอ บทสรุป วิเคราะห์ ข้อเสนอแนะ บรรณานุกรม คำสำคัญ Key words ตัวอย่างโครงสร้างบทความวิชาการตัวอย่างที่ 1 โครงสร้างบทความในวารสาร Library & Information Science Research โครงสร้างแบ่งตามแนวของบทความวิจัยทั่วไป Introduction Problem statement Literature review Procedures Findings Discussion ตัวอย่างที่ 2 โครงสร้างบทความวิชาการ ตามการพัฒนาของเนื้อหา โครงสร้างแบ่งตามเนื้อหาหรือประเด็นที่ผู้เขียนต้องการนำเสนอ IntroductionTerminological caveatsObjects and contentPeopleTechnologyHuman-information interactionHuman-information interaction implications and […]

การเขียนบทความ

researcherthailand

การเขียนบทความบทความวิชาการ (academic article) เป็นข้อเขียนเชิงสาระที่ผู้เขียนตั้งใจหยิบยกประเด็นใด ประเด็นหนึ่ง หรือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในแวดวงวิชาการ วิชาชีพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์หรือวิพากษ์ ทัศนะหรือแนวคิดเดิม และหรือนาเสนอหรือเผยแพร่แนวคิดใหม่ เพื่อมุ่งให้ผู้อ่าน เปลี่ยนหรือปรับเปลี่ยน แนวคิด ความเชื่อมาสู่แนวคิดของผู้เขียน บทความวิชาการเน้นการให้ความรู้เป็นสำคัญและต้องอาศัยข้อมูล ทางวิชาการ เอกสารอ้างอิง และเหตุผลที่พิสูจน์ได้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ผู้อ่านวัตถุประสงค์ของการเขียนบทความวิชาการ วัตถุประสงค์ของการเขียนบทความวิชาการมีอยู่หลายประเด็นด้วยกัน ส่วนใหญ่แล้วจะต้องการให้ ผู้อ่านได้รับ ความรู้ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น แนวทางปฏิบัติวิธีการแก้ปัญหาข้อคิด แรงบันดาลใจ ข้อแนะนา ข้อเสนอแนะ ในการเขียนบทความวิชาการแต่ละครั้งผู้เขียนควรจะกำหนดวัตถุประสงค์ของการเขียนให้ชัดเจน ว่าต้องการให้ผู้อ่านได้รับประโยชน์จากบทความในด้านใด เพราะในการเขียนบทความทางวิชาการถึงแม้จะ เป็นเรื่องเดียวกันแต่อาจมีวิธีการนาเสนอแตกต่างๆกัน หากผู้เขียนมีวัตถุประสงค์ในการเขียนต่างกันในการกำหนดวัตถุประสงค์ของการเขียนบทความวิชาการนั้น ผู้เขียนจะต้องตอบคาถามตามหลัก 5 W 1 H ก่อนที่จะ ทำการเขียนบทความวิชาการเพื่อเป็นแนวในการกำหนดทิศทางของการเขียนและรูปแบบวิธีการนาเสนอ เนื้อหาในบทความวิชาการดังกล่าว โดย 5 W 1H ประกอบด้วย Who จะเขียนให้ใครอ่าน” ผู้เขียนบทความ วิชาการจะต้องทราบกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนว่าบทความดังกล่าวจะนาเสนอให้กลุ่มผู้อ่านที่เป็นกลุ่มหลักคือใคร เช่น พนักงานสอบสวน นักวิชาการ หรือประชาชนทั่ว ๆ ไป […]