6 เทคนิคเตรียมสอบเค้าโครงวิทยานิพนธ์ (Defense Thesis)

ด่านหินมหาโหดอีกด่านที่เหล่าบรรดานิสิตต่างต้องผ่านด่านนี้ไปก็คือ ช่วงของการสอบเค้าโครงวิจัยนี่ละค่ะ ถือว่าเป็นช่วงเวลาหนึ่งที่นิสิตนักศึกษา ต้องเตรียมความพร้อมอย่างดีเพื่อสอบเค้าโครงวิจัย (Defense Thesis) และการสอบปากเปล่าวิจัย (Oral Thesis) เพราะถือว่าเป็นขั้นตอนที่ยากกว่าขั้นตอนอื่นเลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะอะไรนั่นหรือคะ? เพราะเป็นการนำเสนอผลงานวิจัยของ นิสิต นักศึกษาเอง ซึ่งจะ “รอด” หรือ “ร่วง” ก็ตรงนี้เลย เนื่องจาก “ผู้วิจัยเป็นผู้รู้ที่สุด” ซึ่งถ้า นิสิต นักศึกษาทำด้วยตนเอง ก็ไม่น่าจะมีอะไรหนักใจเท่าไร เพราะการสอบเค้าโครงวิจัย(Defense Thesis) และการสอบปากเปล่าวิจัย (Oral Thesis)เหมือนกับการทบทวนสิ่งที่นิสิต นักศึกษาได้เขียนและลงมือ ทำด้วยตนเอง วันนี้เรามี 6 เทคนิค เตรียมสอบเค้าโครงวิทยานิพนธ์ (Defense Thesis) 1. นักศึกษาต้องเตรียมใจในการแก้ไขงานอีกครั้ง นักศึกษาต้องเตรียมใจในการแก้ไขงานอีกครั้งหนึ่งโดยยึดคำวิพากษ์และข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสอบสวนเค้าโครงวิจัย (Defense Thesis) ถ้านิสิต นักศึกษาทำงานด้วยความซื่อสัตย์และเอาใจใส่มาตลอด ก็ไม่มีอะไรน่าหนักใจ แต่ไม่ได้หมายความว่าเค้าโครงวิจัยที่ส่งในครั้งนี้เป็นเล่มเค้าโครงวิจัยที่สมบูรณ์เลยจะต้องปรับแก้อีกครั้ง 2. นักศึกษาควรมาถึงห้องสอบล่วงหน้า นักศึกษาควรมาถึงห้องสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 นาที และตรวจดูความเรียบร้อย เช่น เครื่องดื่มหรืออาหารว่างมีหรือไม่ดูสภาพห้องสอบว่าที่นั่งของตนและที่นั่งของคณะกรรมการอยู่ตรงไหน […]
ความสำคัญของการทำวิจัย 5 ข้อ ที่คุณไม่เคยรู้

ความสำคัญของการทำวิจัยนั่นเรียบง่ายกว่าที่เราส่วนใหญ่คิดและหัวใจหลักของการทำวิจัยคือ “วิจัยเพื่อดับทุกข์” ก่อนอื่นเลยเราต้องลองนึกย้อนกลับไปเมื่อหลายร้อยปีก่อนหลายๆสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้จากอดีตจนถึงปัจจุบันนวัตกรรมใหม่ๆเทคโนโลยีใหม่ๆที่เราได้เห็นได้ใช้ในทุกวันนี้มันก็เกิดมาจากความสงสัยของใครสักคนที่รู้จักการตั้งคำถามแล้วนำไปสู่การคิดการค้นหาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนได้ข้อสรุปที่ดีที่สุดในตอนนั้นหรือที่เราเรียกว่าการทำวิจัยนั่นแหละค่ะถ้าเทียบกับทางพระพุทธศาสนางานวิจัยก็เปรียบเสมือน “หนทางดับทุกข์” ทำแล้วช่วยให้คลายปัญหาคลายข้อสงสัยและสุดท้ายเมื่อปัญหาถูกแก้สิ่งใหม่ๆก็จะสามารถเกิดขึ้นได้ในที่สุด แล้วเคยสงสัยค่ะว่าภาครัฐจะออกนโยบายทางการศึกษาหรือทำวิจัยไปเพื่ออะไรทำไมต้องทำและวันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยไปพร้อมๆกันกับความสำคัญของการทำวิจัย 5 ข้อที่คุณไม่เคยรู้ดังนี้ 1. ทำวิจัยเพื่อตอบข้อสงสัยของเรา ในชีวิตปกติของเราได้ผ่านการทำวิจัยกันมาแล้วไม่ว่าจะซื้อบ้านซื้อของแต่งงานซื้อรถล้วนแล้วผ่านการทำการสืบค้นหาทางเลือกมาแล้วทั้งนั้นแถมยังมีการเปรียบเทียบต่างๆเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ดีที่สุดสำหรับตัวเราเราทำวิจัยเพื่อตอบสนองความสงสัยใคร่รู้ของเรานั่นเอง 2. ทำวิจัยเพื่อให้เกิดความเข้าใจ ต้องยอมรับค่ะว่าปัจจุบันนี้มีวิทยาการใหม่ๆเพิ่มพูนเกิดขึ้นเยอะมากทั้งด้านทฤษฎีและปฎิบัติดังนั้นจึงต้องมีการทำการวิจัยเพื่อเกิดความเข้าใจปัญหาเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์จะช่วยให้เกิดการแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพและยุติธรรมขึ้นแถมยังทำให้เราเข้าใจและทำนายปรากฎการณ์และพฤติกรรมต่างๆได้อีก 3. ทำวิจัยเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ กระตุ้นให้มีเหตุผลรู้จักคิดและค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมเนื่องจากธรรมชาติของมนุษย์มีความอยากรู้อยากเห็นอยากทราบเหตุผลและปรากฏการณ์ของสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นจึงทำการวิจัยเพื่อค้นหาคำตอบสิ่งใดที่พอรู้อยู่บ้างก็ทำให้รู้และเข้าใจดียิ่งขึ้นเป็นการเพิ่มพูนวิทยาการให้กว้างขวางลึกซึ้ง 4. ทำวิจัยเพื่อแก้ปัญหา เพื่อนำผลที่ได้จากการวิจัยไปวางแผนหรือกำหนดวิธีการในการควบคุมสิ่งต่างๆให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเช่นการวิจัยหาสาเหตุที่ทำให้ผลการเรียนของนักเรียนตกต่างเมื่อพบสาเหตุก็สามารถหาทางควบคุมหรือป้องกันได้ 5. ทำวิจัยเกิดสิ่งใหม่ๆ เป็นการศึกษาค้นคว้าเพื่อให้เกิดความรู้ใหม่สิ่งใหม่ที่ไม่เคยมีใครศึกษามาก่อนแล้วนำมาพัฒนาตอบสนองให้ชีวิตมนุษย์ดีขึ้นอย่างเช่นคอมพิวเตอร์โทรศัพท์มือถือและอินเตอร์เน็ทซึ่งเกิดจากแนวคิดนำเอาเทคโนโลยีมาผสมผสานรวมกันจนมีให้เราได้ติดต่อสื่อสารกันอย่างทุกวันนี้และทั้งหมดนี้ก็คือประโยชน์ของการวิจัยคงจะพอหายสงสัยกันแล้วใช่ไหมค่ะเมื่อหายสงสัยแล้วมาเริ่มผจญภัยทำความเข้าใจกับงานวิจัยกันต่อเลยค่ะ และทั้งหมดนี้ก็คือความสำคัญของการทำวิจัย 5 ข้อที่คุณไม่เคยรู้คงจะพอหายสงสัยกันแล้วใช่ไหมค่ะถ้าเห็นว่าเป็นประโยชน์อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนๆด้วยนะคะ
6 ประโยชน์ที่ได้จากการว่าจ้างทำวิจัย

“หากจ้างทำงานวิจัย แล้วผู้วิจัยจะได้ประโยชน์อะไรจากงานวิจัย?” เป็นข้อคำถามที่ผู้วิจัย หรือผู้เรียนหลายๆ ท่าน กำลังลังเลว่า ถ้าหากตัดสินใจว่าจ้างบริษัททำงานวิจัย งานวิทยานิพนธ์ หรืองานดุษฎีนิพนธ์ นั้น ผู้วิจัยหรือผู้เรียนจะได้อะไรจากการว่าจ้างทำงานวิจัยบ้าง… ซึ่งในบทความต่อไปนี้ ทางเรามี 6 ประโยชน์ที่ได้ จากการว่าจ้างทำวิจัย มาแนะนำให้คุณเป็นแนวทางเพื่อใช้ในการตัดสินใจ สำหรับการว่าจ้างทำงานวิจัยดังนี้ 1. ช่วยลดต้นทุนการทำงานวิจัย เนื่องด้วย บริษัทรับทำวิจัยนั้นมีทีมงานที่มีความชำนาญเป็นมืออาชีพ รวมถึงเครื่องมือหรือโปรแกรมที่ใช้ในการคำนวณ วิเคราะห์แปลผลข้อมูลที่มีประสิทธิภาพในการแสดงผลที่เที่ยงตรง มีแหล่งฐานข้อมูลที่ใช้ในการศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และด้วยประสบการณ์ในด้านการทำงานวิจัย ทำให้สามารถวางแผนในการคำนวณประเมินค่าใช้จ่ายสำหรับการทำงานวิจัยได้อย่างรัดกุม ช่วยลดภาระในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการทำงานวิจัย ช่วยในการกำหนดต้นทุน หรืองบประมาณที่ต้องการใช้ในการทำงานวิจัยได้อย่างชัดเจน ในส่วนรายจ่ายที่ยิบย่อยต่างๆ รวมถึงช่วยลดค่าใช้จ่ายในส่วนที่เกิดจากความผิดพลาดจากการทำงานวิจัยของคุณให้น้อยที่สุด 2. มีที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญช่วยดูแลงานวิจัย เพราะการทำงานวิจัยเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และมีความซับซ้อนมาก มันจะดีแค่ไหนหากคุณมีผู้เชี่ยวชาญที่มากประสบการณ์ด้านการทำวิจัย คอยให้คำปรึกษาในการทำงานวิจัยให้กับคุณ ช่วยให้คุณทำงานวิจัยเสร็จทันตามเวลาที่กำหนด และมีความถูกต้องตามหลักการวิจัย ฉะนั้นในการว่าจ้างบริษัทรับทำงานวิจัยนั้น คุณจะได้ผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้และประสบการณ์ในการทำงานวิจัย เริ่มตั้งแต่การช่วยเขียนโครงร่างงานวิจัย สืบค้นหางานวิจัยที่เกี่ยวข้องที่สอดคล้องกับตัวแปรที่ท่านทำการศึกษา ค้นหาแนวคิดและทฤษฏีที่เกี่ยวข้อง หรือวิเคราะห์เครื่องมือที่ต้องใช้สำหรับการทำงานวิจัย เป็นต้น มีการวางแผนการทำงานที่เป็นระบบระเบียบ ตามหลักวิชาการและระเบียบวิธีวิจัย มีประสิทธิภาพ มีความน่าเชื่อถือ และงานเสร็จทันตามกำหนดเวลา 3. ช่วยในการจัดสรรและบริหารเวลา ในการว่าจ้างทำงานวิจัยจะช่วยให้คุณสามารถบริหารเวลาและประหยัดเวลาในการทำงานวิจัยได้ดีขึ้น […]
3 สิ่งที่ต้องรู้เพื่อทำวิทยานิพนธ์ให้สำเร็จ

การทํางานวิทยานิพนธ์แต่ละครั้ง สิ่งจําเป็นที่ผู้วิทยานิพนธ์ส่วนใหญ่ต้องคำนึงเป็นสิ่งสำคัญ มี 3 ปัจจัย คือ 1. ควรเลือกหัวข้อเรื่องงานวิทยานิพนธ์ที่ตนเองถนัด หัวข้อเรื่องงานวิทยานิพนธ์ เป็นสิ่งที่ต้องเริ่มพิจารณาเป็นอันดับแรก เนื่องจาก การเลือกสิ่งที่ตัวเองถนัดหรือสนใจนั้น จะทำให้ผู้วิจัยสามารถทำการค้นคว้าบนพื้นฐานความรู้ ความเข้าใจของตนเองได้เป็นอย่างดี แต่… มีหลายครั้งหรือหลายกรณีที่ผู้วิทยานิพนธ์ได้ทำหัวข้อเรื่องวิทยานิพนธ์ที่ตนเองไม่ถนัด สาเหตุมาจากอาจารย์ที่ปรึกษาคิดหัวข้อวิทยานิพนธ์ให้ เพราะสิ่งที่อาจารย์ที่ปรึกษาคิดหัวข้อวิทยานิพนธ์ให้ กับสิ่งที่ตนเองสนใจนั้น ไม่สอดคล้อง หรือว่ามีความคิดเห็นไม่ตรงกัน จีงอาจนำไปสู่ความล้มเหลวของงานวิทยานิพนธ์ได้ ฉะนั้น หากจะทํางานวิทยานิพนธ์ให้สําเร็จ จําเป็นที่จะต้องมีพื้นฐานความรู้ ความเข้าใจและตั้งหัวข้อวิทยานิพนธ์จากความต้องการของตนเองเป็นหลักก่อน 2. ควรเลือกอาจารย์ที่ปรึกษาที่มีความคิดเห็นสอดคล้องกับตนเอง หัวข้อที่สอง คือ ต้องเลือกอาจารย์ที่ปรึกษาที่มีความคิดเห็นสอดคล้องกับตนเอง สามารถพูดคุย ให้คำแนะนํา สามารถจัดสรรแบ่งเวลาให้กับผู้วิทยานิพนธ์ได้เป็นอย่างดี เนื่องจาก อาจารย์ที่ปรึกษางานวิทยานิพนธ์แต่ละท่านนั้น จะมีความถนัดแตกต่างกัน… ดังนั้น การเลือกอาจารย์ที่ปรึกษาจึงมีความสําคัญเป็นอย่างมากในการทำงานวิทยานิพนธ์ หากสามารถเลือกอาจารย์ที่ปรึกษาที่สามารถให้คําแนะนําหัวข้อวิทยานิพนธ์ที่ตนเอง มีความถนัดในสำหรับการให้คำปรึกษาแนะนำถึงหัวข้อประเด็นที่ตนเองสนใจดังกล่าวได้มากน้อยเพียงไร จะสามารถทําให้งานวิทยานิพนธ์สําเร็จลุล่วงไปได้โดยง่าย 3. ตัวแปรที่ใช้ในการศึกษาหัวข้อวิทยานิพนธ์ ประเด็นที่สามคือ ต้องทําการศึกษา “ตัวแปร” หัวข้อวิทยานิพนธ์ โดยการศึกษาจากงานวิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อวิทยานิพนธ์ที่จะทําการศึกษา เนื่องจาก การศึกษาตัวแปรจากตัวอย่างงานวิทยานิพนธ์ ทฤษฎีแนวคิด หรือตัวอย่างงานวิทยานิพนธ์จากต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อนํามาสนับสนุนกับงานวิทยานิพนธ์ที่ตนเองสนใจ ซึ่ง […]
10 คำถามเช็กตัวเองก่อนตัดสินใจเรียนต่อเมืองนอก

การไปเรียนต่อเมืองนอกนั้นก็เป็นความฝันของใครหลายๆ คน แต่จะมั่นใจใน ‘ความพร้อม’ ของตัวเองได้ยังไง เพราะการไปเรียนต่อก็เหมือนการไปใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่ใหม่ๆ สักที และไม่ได้ไปแบบระยะสั้น ดังนั้นการโยกย้ายครั้งนี้จึงสร้างความเปลี่ยนแปลงสภาพชีวิตทั้งภายในและภายนอก วันนี้ Researcher Thailand เลยนำ 10 คำถามเช็กตัวเองก่อนตัดสินใจเรียนต่อเมืองนอก เพื่อสำรวจตัวเองคร่าวๆ ว่าตัวเองพร้อมไปเรียนต่อต่างประเทศแล้วหรือยัง 1. อยากไปเรียนต่อหรือไปเมืองนอก? บางครั้งเราอาจอยากหนีชีวิตปัจจุบันไปไกลๆ การเรียนต่อก็เป็นหนึ่งในวิธีหนีที่ดี อาจเป็นเพราะเบื่องานประจำ เบื่อสภาพแวดล้อมเดิมๆ อยากออกจาก comfort zone ของตัวเอง ฯลฯ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ต้องคิดใหม่ เพราะถ้าหากไม่ได้มีสาขาที่สนใจจริงๆ การเรียนต่ออาจไม่ใช่ทางออกเลย ไหนจะต้องเรียนกับสิ่งที่คิดว่าเรียนๆ ไปตั้ง 2-3 ปี แนะนำว่าให้ถามตัวเองให้ดีๆ ก่อนว่าอยากเรียนรู้ต่อในสาขาอะไร ถ้าชัดเจนแล้วก็เริ่มเลย! แต่หากในกรณีที่เราคิดแล้วรู้สึกว่าจริงๆ แล้วไม่ได้อยากเรียนระยะเวลายาวขนาดนั้น คอร์สระยะสั้นไม่กี่เดือนเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศอาจจะเป็นทางออกก็ได้ 2. พร้อมจะเริ่มเตรียมตัวเมื่อไหร่? ช่วงการตัดสินใจเรียนต่อเมืองนอกของหลายๆ คนอาจจะไม่เท่ากัน บางคนก็คิดไว้ตั้งแต่ยังเรียนปริญญาตรี บางคนนึกปุบปับเรียนจบปุ๊บอยากไปเลย บางคนรอเวลาขอทำงานก่อนค่อยทำเอกสารสมัครเรียนเมื่อเป็นแบบนี้จึงต้องพิจารณาว่าตัวเองอยู่จุดไหน ขอยกตัวอย่างง่ายๆ ให้เห็นภาพแบบนี้ […]
10 แอปพลิเคชันช่วยให้การเรียนออนไลน์ง่ายขึ้น

การเรียนออนไลน์อาจมีอุปสรรคในหลายด้าน เช่น จดโน้ตไม่ทัน งานเยอะขึ้น หรือแม้แต่ความสนใจในการเรียนและความจำลดลง แต่ไม่ต้องกังวลไปสมัยนี้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้น และวันนี้เรามี 10 แอปพลิเคชัน ช่วยให้การเรียนออนไลน์ง่ายขึ้น มาฝากค่ะ Goodnotes : จดโน้ตให้สนุกขึ้น แอปพลิเคชันที่จะช่วยให้การจดโน้ตของทุกคนเป็นเรื่องที่ง่ายและสนุกขึ้น มีฟีเจอร์ให้เล่นหลากหลายเพื่อทำให้การจดโน้ตของทุกคนมีสีสันยิ่งขึ้น หากใครไม่ชอบเขียนก็สามารถพิมพ์ตัวหนังสือแทนได้เช่นกัน Notability : จดโน้ตพร้อมเสียงสะดวกสุดๆ เจ้า Notability นั้นมีฟังก์ชันค่อนข้างคล้ายกับ Good Note แต่ว่าฟีเจอร์เด็ดของมันคือ ฟีเจอร์บันทึกเสียงระหว่างจดโน้ตได้ ถ้าใครจดโน้ตไม่ทันระหว่างอาจารย์สอนออนไลน์ก็สามารถอัดเสียงเก็บไว้ฟัง แถมยังสามารถเปิดฟังระหว่างที่กลับมาอ่าน Lectureได้อีกด้วย Canva : สร้าง Presentation สุดปัง สำหรับแอปฯ Canva นี้สามารถช่วยทำพรีเซนต์ให้สวยงามมากยิ่งขึ้น เนื่องจากมี Template มากมายให้ดาวน์โหลดใช้ซึ่งแต่ละ Template สวยๆ ทั้งนั้นเลยสามารถใช้ได้ทั้งบน Tablet, Smartphone และ Website Browser ได้อีกด้วยใช้ได้ทั้ง iOS และ Android แชร์สไลด์เพื่อทำงานร่วมกับเพื่อนได้อีกด้วยนะ Google […]
10 เทคนิคง่ายๆสำรวจตัวเองให้ชัวร์ก่อนตัดสินใจเรียนต่อ !!

เมื่อไฟในการอยากเรียนกลับมาอีกครั้งซึ่งไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม สิ่งแรกที่คนส่วนใหญ่มักถามตัวเองคือจะเรียนอะไรดีนะ?? ก่อนที่คุณจะตัดสินใจวางมือจากทุกอย่างที่ทำอยู่ แล้วเลือกไปเรียนศึกษาต่อ ต้องสำรวจให้แน่ใจก่อนว่าคือสิ่งที่ต้องการจริงหรือไม่ ลองใช้ 10 เทคนิคง่ายๆ สำรวจตัวเองให้ชัวร์ ก่อนตัดสินใจเรียนต่อ!! ดังต่อไปนี้ได้เลย 1. ถามตัวเองก่อน สิ่งแรกที่ต้องถามตัวเองคือเหตุผลที่คุณอยากไปเรียนต่อปริญญาโท เรียนเพราะต้องการความก้าวหน้าในอาชีพ? หรือต้องการที่จะเจาะลึกข้อมูลเฉพาะอย่าง? หรืออยากเรียนเพื่อประโยชน์ในการเรียนรู้? ไม่ว่าเหตุผลนั้นจะเป็นอะไรก็ตาม แต่การถามตัวเองให้แน่ใจจะสามารถช่วยให้การตัดสินใจแคบลงกว่าเดิม 2. พิจารณาถึงวิธีการ สิ่งหนึ่งที่ต้องรู้ไว้คือการศึกษาในระดับปริญญาโทนั้นย่อมแตกต่างจากปริญญาตรีอยู่แล้ว ทั้งโครงสร้างและวิธีการต่างก็เป็นเรื่องที่คุณยังไม่ทราบมาก่อน ดังนั้นจึงต้องทำความเข้าในเรื่องหลักสูตรและวิธีการ 3. ทำการสำรวจ เป็นวิธีการเพื่อเจาะลึกและสำรวจทางเลือกของตัวเองอย่างละเอียดถี่ถ้วน อย่าเพิ่งเอาแต่ข้อมูลในหน้าเว็บไซต์มหาวิทยาลัยเป็นใหญ่ ลองค้นหารีวิวและความคิดเห็นของนักเรียน หรือถ้าเป็นไปได้ก็ลองพูดคุยกับนักเรียนที่ยังศึกษาอยู่จะดีที่สุด 4. เข้าหาอาจารย์ การเข้าร่วมงาน graduate fairs และงาน open days จะเป็นงานที่มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับคนที่กำลังมองหาแนวทางเรียนต่อ นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสที่ได้พบปะผู้คนที่มีความสนใจในหลักสูตรเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดกันและกัน 5. ต้องรับมือกับค่าใช้จ่ายได้ ค่าใช้จ่ายในแต่ละมหาวิทยาลัยมีราคาต่างกันอยู่แล้ว ซึ่งโดยภาพรวมการศึกษาระดับปริญญาโทค่าใช้จ่ายไม่ธรรมดาแน่ๆ ดังนั้นก็ต้องพิจาณาให้ถี่ถ้วนว่าคุณจ่ายไหวหรือไม่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังมีทางออกสำหรับเรื่องนี้ เพราะมีทุนการศึกษามากมายและแหล่งให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาไว้เป็นทางออกสำหรับคุณ 6. พิจารณาเรื่องระยะเวลาหลักสูตร ระยะเวลาของหลักสูตรขึ้นอยู่กับประสบการณ์ คุณสมบัติ และวัตถุประสงค์ของการเรียน ซึ่งการเรียนปริญญาโทส่วนใหญ่มีระยะเวลาที่ต่างหัน บางที่ก็ 1-2 […]
เทคนิคใช้ Google Scholar เพื่อค้นหางานวิจัย

ค้นหาข้อมูลกับ Google Scholar ได้อย่างไร? คุณสามารถค้นหาข้อมูลได้หลายวิธีใน Google Scholar หากคุณรู้ว่าใครเป็นผู้เขียนของข้อมูลที่คุณต้องการลองใช้ชื่อ เช่น barbara ehrenreich นอกจากนี้คุณยังสามารถค้นหาตามชื่อสิ่งพิมพ์ที่คุณกำลังค้นหาหรือเพิ่มการค้นหาโดยการเรียกดูหมวดหมู่ในส่วน การค้นหาขั้นสูง นอกจากนี้คุณยังสามารถค้นหาโดยเรื่อง; ตัวอย่างเช่นการค้นหาคำว่า “exercise” ทำให้ผลการค้นหามีความหลากหลาย ผลการค้นหาของ Google Scholar หมายถึงอะไร คุณจะสังเกตเห็นว่าผลการค้นหาของคุณใน Google Scholar ดูแตกต่างจากที่คุณคุ้นเคย คำอธิบายอย่างรวดเร็วเกี่ยวกับผลการค้นหา Google Scholar ของคุณ: ชื่อเรื่องที่เชื่อมโยงกันของบทความจะเป็นบทความเต็มรูปแบบ (ถ้ามี) หรือบทคัดย่อ (ฉบับย่อ) ” อ้างโดย “; นี่คือจำนวนการเรียกใช้เอกสารหรือบทความอื่น ๆ ที่อ้างถึงบทความนั้น ๆ (นี่เป็นวิธีที่ดีในการค้นหาบทความในสาขาที่คุณสนใจมากขึ้น) ลิงก์ในไลบรารีหรือฐานข้อมูลภายนอก: ในผลการค้นหา Google Scholar บางอย่างคุณอาจเห็นลิงก์ไปยัง “library search” หรือ “find it” (ใส่ชื่อห้องสมุดที่นี่) นี่เป็นเพียงการบอกคุณหากห้องสมุดในพื้นที่ของคุณมีสำเนาออนไลน์หรือออฟไลน์ที่คุณต้องการหากฐานข้อมูลข้อมูลมีหรือถ้ามหาวิทยาลัยที่คุณกำลังค้นหาด้วย Google Scholar […]
7 เทคนิคสำคัญในการพรีเซนต์งานให้ปัง

การนำเสนอผลงานในรูปแบบพรีเซนต์ทั้งช่วงวัยเรียนจนมาถึงช่วงทำงาน ซึ่งนับเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องมีกระบวนการเรียนรู้และฝึกฝนจนสามารถสร้างสรรค์และนำเสนอพรีเซนต์ให้น่าสนใจและเข้าใจในสิ่งที่นำเสนอ หากคุณต้องการพรีเซนต์แบบมืออาชีพที่ทั้งโดดเด่นและเปี่ยมด้วยความหมาย วันนี้ แมนพาวเวอร์ รวบรวม 7 เทคนิคสำคัญในการพรีเซนต์งานให้ปัง พร้อมพิชิตใจเจ้านายและลูกค้า ให้คุณได้เรียนรู้ พร้อมเตรียมพร้อมก่อนสู่สนามพรีเซนต์จริง 1. เริ่มด้วยการตั้งโจทย์ ในการนำเสนอผลงานโดยต้องกำหนดและวางเป้าหมาย พร้อมวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน รวมทั้งข้อดีและประโยชน์ของการจัดทำผลงานนี้ เพราะคนส่วนใหญ่อาจไม่สนใจว่าคุณทำอะไร แต่อาจสนใจว่าคุณ ทำเพราะอะไร และมีประโยชน์อย่างไร 2. ทำความรู้จักกับกลุ่มผู้ฟัง โดยการศึกษาข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มผู้ฟังและทำความรู้จักให้มากที่สุด เพื่อจะได้เอื้อประโยชน์ในการนำเสนอและโน้มน้าวผู้ฟัง หากคุณรู้ว่าพวกเขาเชื่อและสนใจในสิ่งใดบ้างจะทำให้การพรีเซนต์มีชัยไปกว่าครึ่ง รวมถึงสไตล์การพูดต้องเลือกปรับให้เหมาะสมกับกลุ่มผู้ฟังเพราะวัยต่างกันภาษาและสไตล์การพูดจึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ 3. นำเสนอด้วยภาพให้เข้าใจได้ง่ายและคงความเรียบง่าย ในการเลือกภาพเพื่อเป็นสื่อในการนำเสนอข้อมูลแทนข้อความและตัวเลขทางสถิติต่างๆ เพราะข้อมูลที่คุณต้องการนำเสนอนั้นจะต้องเป็นที่จดจำให้ได้มากที่สุด ซึ่งหากเลือกใช้ภาพที่สื่อความได้ดีและน่าสนใจจะทำให้ผู้ฟังเข้าใจและจำได้ นอกจากนี้ควรเลี่ยงการใส่ข้อมูลที่จำนวนมากเกินไป และควรใส่ข้อความในแต่ละสไลด์ให้กระชับและชัดเจน 4. บอกเล่าด้วยเรื่องราว การพรีเซนต์งานแล้วใส่ข้อมูลและตัวเลขจำนวนมากอาจจะทำให้ดูว่ามีการหาข้อมูลและความรู้ แต่อาจจะไม่มีใครจดจำสิ่งที่คุณพูดได้ ซึ่งในทางตรงกันข้ามการบอกเล่าด้วยเรื่องราวและเน้นความสนใจกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งจะทำให้ผู้ฟังจดจำได้ดีกว่า นอกจากนี้ในการพรีเซนต์คุณไม่ควรอ่านจากสไลด์หรือสคริปท์โดยตรง แต่ควรทำโน้ตสั้นๆ เพื่อช่วยให้จำเนื้อหาที่จะพรีเซนต์และพูดอย่างเป็นธรรมชาติไม่ใช่การท่อง 5. ฝึกพรีเซนต์เพื่อเตรียมความพร้อม หลายคนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า “Practice makes perfect” กันมาแล้ว ฉะนั้นคุณควรฝึกซ้อมการพรีเซนต์ให้คล่องและจดจำรายละเอียดอย่างเข้าใจ พร้อมทั้งทบทวนเนื้อหาและจดจำลำดับเนื้อหาในสไลด์ให้ดี ซึ่งคุณอาจใช้วีดีโอบันทึกภาพขณะทำการฝึกซ้อม แล้วนำมาดูทบทวนและเช็คข้อบกพร่อง พร้อมนำมาปรับแก้ไขให้ดีในวันพรีเซนต์ ในกรณีที่คุณต้องพูดคนเดียวนานๆ ผู้ฟังอาจเบื่อหน่ายลองให้ผู้ฟังมีส่วนร่วมกับงานพรีเซนต์ดูบ้าง […]
6 เคล็ดลับจัดเวลาในการทำวิทยานิพนธ์

หากคุณเป็นนักศึกษาระดับปริญญาปริญญาตรีปีสุดท้ายหรือนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา มันถึงเวลาของปีที่คุณกำลังวางแผนหรือเริ่มต้นการเขียนวิทยานิพนธ์ การเขียนวิทยานิพนธ์ของคุณอาจเป็นประสบการณ์ที่เครียดและกดดันในเรื่องของเวลา แต่เพียงแค่คุณไม่จัดการเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อคุณเริ่มคิดเกี่ยวกับวิทยานิพนธ์ของคุณ คุณอาจรู้สึกเหมือนว่าคุณมีเวลาอยู่เยอะ แต่กว่าจะวางแผนการเขียน หาข้อมูลและเริ่มเขียนนั้น วันกำหนดส่งนั้นอยู่ใกล้แค่เอื้อมแล้ว หากคุณไม่รู้จะทำอย่างไรให้เขียนทันเวลา ลองทำตามคำแนะนำ 6 เคล็ดลับ จัดเวลาในการทำวิทยานิพนธ์ ทั้ง 6 ข้อของเรา 1. สร้างตารางวันสำหรับการทำวิทยานิพนธ์ของคุณ ไม่ว่าจะเป็นในปฏิทินกระดาษหรือบนโทรศัพท์ การมีไทม์ไลน์เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการติดตามความคืบหน้าของคุณในการทำไทม์ไลน์ของคุณโดยแบ่งวิทยานิพนธ์ของคุณออกเป็นหลายส่วนและกำหนดช่วงเวลาโดยประมาณที่คุณต้องการให้แต่ละส่วนเสร็จสิ้น การตั้งเป้าหมายที่เป็นจริงสามารถช่วยให้คุณรู้สึกมีแรงบันดาลใจและเครียดน้อยลงเพราะเป็นการได้แบ่งการทำวิทยานิพนธ์ออกเป็นส่วนๆ แทนที่จะปล่อยให้ทุกอย่างล้มหลามออกมาและทำให้เป็นกังวล 2. จัดเวลาการเขียนวิทยานิพนธ์ คุณไม่จำเป็นต้องเขียนวิทยานิพนธ์ของคุณทั้งวันทั้งคืน ตราบใดที่คุณทำอย่างสม่ำเสมอ ตั้งเวลาเพื่อทำงานเกี่ยวกับวิทยานิพนธ์ของคุณ ให้เหมือนกับการทำกิจวัตรประจำวันของคุณ เช่น การออกกำลังกายที่ยิม เป็นต้น ในขณะที่การใช้เวลาในการทำวิทยานิพนธ์เป็นสิ่งสำคัญที่ควรระลึกไว้เสมอว่ามันเกี่ยวกับคุณภาพของงานที่คุณทำ ไม่ใช่ซะทีเดียวที่จะเกี่ยวกับจำนวนชั่วโมงที่คุณใช้ทำงานกับวิทยานิพนธ์ บางคนทำงานได้ดีกว่าในตอนเช้า บางคนเขียนได้ดีกว่าในช่วงกลางคืน ลองใช้ช่วงเวลาที่คุณทำงานได้อย่างประสิทธิภาพเพื่อเขียนออกมา 3. การหาข้อมูล เริ่มต้นด้วยการลิสแหล่งข้อมูลที่คุณต้องการใช้ในการทำวิทยานิพนธ์ นำคำแนะนำจากอาจารย์ที่ปรึกษาและไปที่ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยเพื่อดูว่าหนังสืออะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อ หรือใช้แหล่งข้อมูลออนไลน์ด้วย Google scholar ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลที่ดีในการค้นคว้าสิ่งเหล่านี้ ขั้นตอนต่อไปคือการเริ่มอ่านข้อมูลต่างๆ ตรวจสอบให้แน่ใจเพื่อจดบันทึกเนื้อหาสำคัญ หัวข้อและหมายเลขหน้า สิ่งนี้จะทำให้ง่ายขึ้นมากในอนาคตเมื่อคุณย้อนกลับไปและอ้างอิงแหล่งข้อมูลเหล่านี้ 4. จัดลำดับความสำคัญ การจัดลำดับความสำคัญเป็นสิ่งที่สำคัญเมื่อพูดถึงการเขียนวิทยานิพนธ์ ตัดสินใจว่างานที่สำคัญที่สุดคืออะไร และทำให้งานมีความสำคัญสูงสุด (ดูที่ไทม์ไลน์ของคุณเพื่อดูว่าส่วนใดที่ต้องทำให้เสร็จก่อน) […]