รับทำวิทยานิพนธ์ รับทำสารนิพนธ์ รับทำวิจัย

researcherthailand

รับทำวิทยานิพนธ์ รับทำสารนิพนธ์ รับทำวิจัย รับทำวิทยานิพนธ์ ทุกประเภท รับจ้างทำวิจัย ทุกระดับชั้น ทุกประเภท รับทำสารนิพนธ์ รับทำ IS รับค้นคว้าหาข้อมูล ทุกประเภท รับทำthesis รับทำดุษฎีนิพนธ์ รับทำบทความวิชาการ/บทความวิจัย รับทำผลงานวิชาการ เรารับทำ / ปรึกษา สำหรับทั้งเล่ม หรือเฉพาะบางบท เราก็รับค่ะ รับปรึกษา รับทำวิจัย รับทำวิทยานิพนธ์ รับทำสารนิพนธ์ รับทำthesis รับทำis ทั้งเชิงปริมาณ และ เชิงคุณภาพ ในสาขา บริหารธุรกิจ ศิลปศาสตร์ สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ ครุศาสตร์ ฯลฯ เรายังให้คำแนะนำ ในการตรวจแก้ไข เนื้อหางานวิจัยให้ถูกหลักวิชาการ รับวิเคราะห์ข้อมูลงาน แปลผลข้อมูล รับออกแบบ แบบสอบถาม และรับทำรายงานทุกประเภท ** รับรองผล แก้ไขฟรี ไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม จนกว่างานจะเสร็จสมบูรณ์ค่ะ รับคีย์ข้อมูล […]

รับทำวิจัย รับทำวิทยานิพนธ์ วิเคราะห์ผลโปรแกรม spss

researcherthailand

รับทำวิจัย รับทำวิทยานิพนธ์ วิเคราะห์ผลโปรแกรม spssลักษณะงานที่รับทำ1.รับทํางานวิจัยทุกประเภท วิทยานิพนธ์ สารนิพนธ์ หรือวิเคราะห์สถิติด้วยโปรแกรม SPSS รับทำวิจัยเพื่อปรับตำแหน่งงาน ผลงาน หรือเพื่อปรับขั้นเงินเดือน รับงานเขียนแผนงาน เสนอโครงเรื่อง (Research proposal)รับทำงานวิจัยอิสระ (Independent study or IS) รับทำรายงาน (Report & Assignment) รับคีย์ข้อมูล (Raw data) รับลงข้อมูล (Data collection) เชิงปริมาณ โดยแบบสอบถาม (Questionnaire) หรือเชิงคุณภาพโดยทำบทสัมภาษณ์เพื่อข้อมูลเชิงลึก (in-depth interview) สามารถรับงานทั้งโครงการ ตลอดเล่ม หรือเพียงบางส่วน บางบทได้ คิดราคาตามปริมาณงาน รับวิเคราะห์สถิติ ค่าเฉลี่ย,.S.D. ,t-test , Paired t-test,F-test , ไคว์สแคว , factor , correlation ,regressions ANOVA, MANOVA […]

รับทำงานวิจัย งานคีย์ข้อมูลแบบสอบถาม รับค้นคว้าข้อมูลทางสถิติที่มีผลต่อทำวิจัย

researcherthailand

รับทำงานวิจัย งานคีย์ข้อมูลแบบสอบถาม รับค้นคว้าข้อมูลทางสถิติที่มีผลต่อทำวิจัย รับแก้ไขงานวิจัยให้จนกว่าจะผ่าน พร้อมปรับปรุงเนื้อหาเพื่อทำวิจัยก่อนวิเคราะห์ข้อมูล SPSS ให้สำเร็จ จากประสบการณ์ทำงานวิจัยมากกว่า 20 ปี รับทำวิจัยเชิงปริมาณ วิจัยเชิงคุณภาพ รับทำวิจัยทางการศึกษา รับปรึกษางานวิจัย รับวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ run SPSS รับเขียนบทคัดย่อ ไทย -อังกฤษ รับเขียนบทความงานวิจัย การเก็บข้อมูลจากแบบสอบถาม (งานคีย์ข้อมูล SPSS) สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ One – Way ANOVA ใช้สถิติ T-test และ F-test ทดสอบวิเคราะห์ข้อมูลรายคู่ด้วยวิธี Scheffe หรือทดสอบวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธี LSD อีกทั้งเป็นการวิเคราะห์ SPSS หาค่าความสัมพันธ์ด้วย Chi-Square หรือวิเคราะห์ข้อมูลหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน (Pearson’s Correlation) และสถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยขั้นสูงด้วย วิเคราะห์ข้อมูลการถดถอยเชิงพหุคูณ Multiple Regression Analysis,และวิเคราะห์ SPSS ด้วยสถิติ Factor Analysis, Path Analysis, […]

หลักการฝึกอบรมพัฒนาภาวะผู้นำสำหรับผู้บริหารระดับสูง

researcherthailand

หลักการฝึกอบรมพัฒนาภาวะผู้นำสำหรับผู้บริหารระดับสูง หลักการและเหตุผล ผู้บริหารยุคใหม่ ควรให้ความสำคัญทั้งเรื่องของงานและเรื่องของคน เพราะความสำเร็จย่อมผ่านการปฏิบัติงานของทีมงาน ดังนั้น หากสามารถกำหนดแนวทางให้ทีมงานปฏิบัติ (เก่งคิด) พร้อมทำให้ทีมงานยอมรับ (เก่งคน) และสอนทีมงานให้ใช้ศักยภาพของตัวเองอย่างเต็มที่ (เก่งโค้ช) ผู้บริหารระดับกลางและระดับสูง ส่วนใหญ่ผ่านประสบการณ์มาอย่างมากมาย จึงมีความเชี่ยวชาญในการทำงาน และเติบโตมาจากงานที่ทั้งตรงสายงานและผ่านงานด้านต่างๆ มาอย่างครบถ้วน การปฏิบัติตัวและการบริหารจัดการในฐานะผู้นำ (Leadership) มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้บริหาร เพราะหากทีมงานให้การยอมรับก็จะทำให้เกิดความมุ่งมั่นและตั้งใจในการทำงาน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามที่ผู้บริหารกำหนดไว้ แต่การพัฒนาภาวะผู้นำก็ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพราะผู้ใต้บังคับบัญชามักคาดหวังภาวะผู้นำจากผู้บริหารเป็นอย่างสูง ปัจจุบันการพัฒนาทีมงานให้มีความสามารถด้วยการดึงศักยภาพของตัวเองออกมาให้ได้มากที่สุด เป็นสิ่งที่ผู้บริหารต้องการเนื่องจากบุคลากรที่สามารถปฏิบัติงานด้วยความเต็มใจ และสามารถกระตุ้นตัวเองให้มีความกระตือรือร้นได้ด้วยตัวเอง โดยผ่านกระบวนการโค้ชชิ่ง (Coaching) จึงเป็นเป้าหมายที่องค์กรต้องการให้ผู้บริหารเป็นโค้ชมากกว่าการสั่งการในแบบผู้จัดการเดิมๆ เพราะบุคลากรชอบให้สอนมากกว่าสั่งเพียงอย่างเดียว วัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้บริหารได้สำรวจแนวความคิดของตัวเองใน 3 เรื่องหลัก คือ       1. ทักษะการคิดด้านต่างๆ       2. การบริหารในฐานะผู้นำ       3. การพัฒนาทีมในรูปแบบการเป็นโค้ช เพื่อให้ผู้บริหารดึงศักยภาพของทั้งตัวเองและทีมงานออกมาได้อย่างเต็มที่และมุ่งมั่นสู่เป้าหมายขององค์กร เพื่อให้ผู้บริหารกำหนดแนวทางในการพัฒนาตัวเองและพัฒนาทีมงานให้เหมาะสมตาม Style ของตัวเอง เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิผล ด้วยการเลือกเปลี่ยนแปลงด้วยตัวผู้บริหารเอง รายละเอียดของหลักสูตรฝึกอบรม ครบเครื่องเรื่องการคิดและประยุกต์ใช้ (Thinking&Applied)        สำรวจแนวความคิดเกี่ยวกับการคิด […]

เคล็ดลับในการทำและการสอบปากเปล่า

researcherthailand

เคล็ดลับในการทำและการสอบปากเปล่า 14 Sep, 2019 การสอบปากเปล่า – แบบทดสอบที่ครูขอให้นักเรียนตอบคำถามสอบดัง ๆ – อาจเป็นเรื่องเครียดอย่างไม่ต้องสงสัย แต่มีหลายวิธีในการเตรียมความพร้อมสำหรับการทดสอบที่ไม่ใช่แบบเดิมหรือวิธีการรายงานเช่นนี้ แม้ว่าการสอบในช่องปากจะพบมากที่สุดสำหรับผู้เรียนภาษาที่พวกเขาเป็นที่แพร่หลายมากขึ้นทั่ววิชาอื่น ๆ เพราะพวกเขาช่วยให้ครูที่จะให้ความสำคัญกับหลักสูตรนักเรียนมีความหลากหลายของ  รูปแบบการเรียนรู้ ประเด็นที่สำคัญ คิดบวกระหว่างการเตรียมสอบ การสอบปากเปล่าอาจทำให้เครียดได้ แต่เป็นการฝึกที่มีคุณค่าสำหรับการสัมภาษณ์ในอนาคต รู้เรื่องของคุณดีกว่าที่คุณคิดว่าคุณต้องการและฝึกใช้การเคลื่อนไหวโดยตั้งใจเพื่อเน้นประเด็นหลักของคุณ อย่าลืมกินอาหารให้เพียงพอนอนหลับให้เพียงพอและดื่มน้ำมาก ๆ ที่จะนำไปสู่การสอบ การออกกำลังกายยังช่วยปลดปล่อยพลังประสาท ใช้เวลาในการตอบคำถามระหว่างการสอบและอย่ากลัวที่จะขอความช่วยเหลือหากคุณต้องการ!  คิดในแง่บวก แทนที่จะ psyching ตัวเองออกเกี่ยวกับสิ่งที่อาจจะผิดไปเตือนตัวเองเท่าไหร่ที่คุณได้เรียนรู้และสิ่งที่คุณมีโอกาสที่จะร่วมกับครูของคุณการมองโลกในแง่ดีสามารถขับไล่ความประหม่าและสร้างความตื่นเต้นให้กับการสอบใด ๆ แม้ว่าคุณจะชอบการทดสอบแบบปากกาและกระดาษแบบเดิม แต่การสอบปากเปล่าสามารถช่วยให้คุณประสบความสำเร็จได้นอกเหนือจากในห้องเรียน พวกเขามอบประสบการณ์ที่มีค่าเช่นการสัมภาษณ์เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะทำลายเป้าหมายทางการศึกษาและอาชีพในอนาคตของคุณ คำแนะนำและเคล็ดลับบางประการที่จะช่วยคุณเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบปากเปล่าครั้งต่อไป  รู้เรื่องของคุณ การสอบปากเปล่าให้สำเร็จเริ่มต้นด้วยการรู้เนื้อหาที่คุณจะพูดคุย ส่วนที่ดีที่สุดเกี่ยวกับการทดสอบประเภทนี้คือคุณมีคำตอบทั้งหมดแล้ว ครูจะไม่ถามคุณในสิ่งที่คุณไม่ได้รับการสอนดังนั้นคุณจะต้องพูดคุยเกี่ยวกับเนื้อหาที่นำเสนอให้คุณในการบรรยายข้อความและวิดีโอเท่านั้น ด้วยเหตุนี้จึงมีบางสิ่งที่จะช่วยลดความกดดันในการท่องเนื้อหาที่เรียนรู้นี้ได้                       ขุดลึก วิธีที่ดีที่สุดในการเริ่มเตรียมตัวสำหรับการสอบปากเปล่าคือการให้ความสนใจเป็นส่วนตัวในเนื้อหานั้น ๆ การรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับหัวข้อของคุณมากกว่าสิ่งที่จำเป็นจะช่วยให้คุณคาดเดาคำถามที่ครูของคุณอาจถามได้ นอกจากนี้ยังจะช่วยให้คุณพูดคุยเกี่ยวกับ […]

การเตรียมตัวสอบเค้าโครง และตอบคำถามในการสอบเค้าโครงวิทยานิพนธ์

researcherthailand

การเตรียมตัวสอบเค้าโครง และตอบคำถามในการสอบเค้าโครงวิทยานิพนธ์ ADMIN · ม.ค. 11TH, 2014 · 0 COMMENT การสอบเค้าโครงวิทยานิพนธ์ มีจุดมุ่งหมายเพื่อ ตรวจสอบความรู้ความเข้าใจและศักยภาพของนักศึกษาในการทำวิทยานิพนธ์ และคุณภาพของเค้าโครงวิทยานิพนธ์  เพื่อให้แน่ใจว่านักศึกษาจะสามารถดำเนินงานวิจัยจนได้ผลงานวิทยานิพนธ์ที่มีคุณภาพอย่างเพียงพอ โดยก่อนจะทำการขึ้นสอบ นักศึกษาควรจะต้องมีความเข้าใจในเค้าโครงวิทยานิพนธ์ของตนเองอย่างถ่องแท้ และต้องเตรียมสื่อประกอบการนำเสนอเค้าโครงวิทยานิพนธ์ให้เรียบร้อย เช่น  การจัดทำเนื้อหาด้วยโปรแกรม  power  point หรือวิธีอื่นๆ นักศึกษาจะต้อง จัดเตรียมห้องสำหรับการสอบ ทำการนัดหมายอาจารย์ผู้สอบ ซึ่งอาจมีประมาณ 3-5 คน จัดส่งเค้าโครงให้กรรมการสอบอ่านล่วงหน้าอย่างน้อย 5-7 วัน โดยในการสอบเค้าโครงวิทยานิพนธ์นักศึกษาจะมีเวลาในการเสนออย่างจำกัด ต้องสรุปสาระสำคัญให้กระชับตรงตามเวลา กรรมการสอบ ซึ่งได้ศึกษาเค้าโครงของนักศึกษามาแล้ว  ย่อมต้องการเวลาสำหรับซักถามมากกว่าที่จะฟังรายละเอียดจากการนำเสนอ โดยทั่วไปนักศึกษาทุกคนจะได้รับข้อเสนอแนะให้มีการปรับปรุงแก้ไขเค้าโครงวิทยานิพนธ์ไม่มากก็น้อย (บางกรณีอาจสอบตก  ต้องทำใหม่)  ทั้งนี้หากนักศึกษาแน่ใจว่าสิ่งที่ตนคิดไว้มีเหตุผลและดีพอก็ย่อมที่จะชี้แจงและ “defend”  ได้  เพราะการรับข้อเสนอทุกอย่างไปแล้ว อาจเกิดปัญหาใหม่ภายหลังได้  เมื่อเสร็จสิ้นการสอบเค้าโครงวิทยานิพนธ์แล้ว  นักศึกษาต้องรีบดำเนินการแก้ไขปรับปรุงเค้าโครงวิทยานิพนธ์ให้เรียบร้อยโดยเร็วและดำเนินการจัดส่งทันเวลาที่กำหนด ตัวอย่างคำถามในการสอบเค้าโครงวิทยานิพนธ์           – Why […]

ทำไมสอบวิทยานิพนธ์ไม่ผ่าน

researcherthailand

ทำไมสอบวิทยานิพนธ์ไม่ผ่าน ธงชัย โรจน์กังสดาล ธงชัย โรจน์กังสดาล Mar 10, 2020·3 min read เหตุผลหลายข้อที่ทำให้นักศึกษาปริญญาโททำวิทยานิพนธ์ไม่ผ่าน Credit : Pexels.com บทความนี้เคยตีพิมพ์ในนิตยสาร Go Training ฉบับเดือนมิถุนายน 2552 และเดือนกรกฏาคม 2552 ครับ การทำวิทยานิพนธ์เป็นสิ่งสำคัญมากในการสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท โดยทั่วไปแล้ว ผู้เรียนส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการเรียนเนื้อหารายวิชา แต่มักพบอุปสรรคใหญ่หลวงในการทำวิทยานิพนธ์ ตั้งแต่การหาหัวข้อวิทยานิพนธ์ ซึ่งมีระเบียบว่า ต้องสอบหัวข้อภายในกี่ปี จากนั้นก็ผ่านเข้าสู่กระบวนการสอบหัวข้อวิทยานิพนธ์ การทำวิทยานิพนธ์ และด่านสุดท้ายคือการสอบวิทยานิพนธ์ จากประสบการณ์ในการเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์และกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ ผมพบนักศึกษาหลายคนที่สอบวิทยานิพนธ์ไม่ผ่านหรือสอบวิทยานิพนธ์ตก ทำให้เรียนไม่จบ ซึ่งน่าเสียดายยิ่ง ผมจึงลองวิเคราะห์สาเหตุที่นักศึกษาสอบวิทยานิพนธ์ไม่ผ่าน และรวบรวมเหตุผลต่างๆ ในบทความนี้ เพราะผมเชื่อว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านที่กำลังศึกษาในระดับปริญญาโทหรือสนใจจะศึกษาต่อในระดับปริญญาโทครับ Credit : Pexels.com เหตุผลที่สอบวิทยานิพนธ์ไม่ผ่าน 1. เริ่มทำวิทยานิพนธ์ตอนใกล้กำหนดเส้นตายส่ง หลังจากที่สอบหัวข้อวิทยานิพนธ์ผ่านแล้ว นักศึกษาหลายคนก็โล่งอกที่ผ่านด่านแรกไปได้ และไม่สนใจที่จะรีบทำวิทยานิพนธ์ เพราะคิดว่ายังเหลือเวลาอีกนาน ไม่ต้องรีบร้อนก็ได้ ถ้าเป็นนักศึกษาที่เรียนหลักสูตรปกติ คือเรียนเต็มเวลาในเวลาราชการ ส่วนใหญ่จะไม่ได้ทำงาน ทำให้ใช้เวลากลางวันในการทำวิทยานิพนธ์ […]

การสอบปากเปล่าวิทยานิพนธ์

researcherthailand

การสอบปากเปล่าวิทยานิพนธ์ การสอบปากเปล่าวิทยานิพนธ์เป็นกิจกรรมที่ดำเนินการหลังจากที่นิสิต นักศึกษาได้วิเคราะห์ข้อมูล แปลความ ตีความ เขียนรายงานการวิจัย เสนออาจารย์ควบคุมวิทยานิพนธ์หรืออาจารย์ที่ปรึกษา ปรับปรุงแก้ไขตามข้อชี้แนะของอาจารย์ควบคุมวิทยานิพนธ์จนเป็นที่พอใจจึงดำเนินการขอสอบปากเปล่าต่อไป     เพื่อให้การสอบปากเปล่าวิทยานิพนธ์สัมฤทธิ์ผลอย่างดี ควรทำสรุปสาระสำคัญของผลการวิจัยและปฏิบัติตามข้อเสนอแนะในการสอบปากเปล่าวิมยานิพนธ์ดังนี้ 5.1 การทำสรุปสาระสำคัญของผลการวิจัย     ก่อนขึ้นสอบปากเปล่าวิมยานิพนธ์ นิสิต นักศึกษาควรทำสรุปสาระสำคัญของผลการวิจัย ลงในแผ่นกระดาษขนาด A4 ไม่เกิน 1 หน้า โดยมีสาระผลการวิจัยทั้งหมด ส่วนนี้จะเป็นประโยชน์ช่วยให้เข้าใจเรื่องวิจัยอย่างชัดเจน สามารถนำไปดูแล้วอธิบายการวิจัยและสรุปผลการวิจัยได้อย่างกระชับและครบถ้วนโดยไม่ต้องเปิดอ่านในเล่มวิทยานิพนธ์ หลักการในการทำสรุปสาระสำคัญของผลการวิจัยมีดังนี้ 1.สรุปลงในในแผนกระดาษเพียงแผนเดียวให้คลอบคลุมสาระสำคัญของการวิจัยทั้งหมด 2.อาจใช้แผนผังความคิด (Mind Mapping) หรือผังมโนทัศน์ (Concept Map) ในการสรุปสาระสำคัญของการวิจัย 3.อาจใช้คำย่อ สัญลักษณ์ และตารางช่วยให้สรุปอย่างเป็นระบบตามความจำเป็นได้ 5.2ข้อเสนอแนะการสอบปากเปล่าวิทยานิพนธ์     มีข้อเสนอแนะและข้อสังเกตเกี่ยวกับการสอบปากเปล่าวิทยานิพนธ์ดังนี้ 5.2.1 ในการสอบเค้าโครงวิทยานิพนธ์ ถ้านิสิต นักศึกษาได้เสนอเค้าโครงที่เหมาะสมละเอียด ชัดเจน รอบคอบ รัดกุมในทุกส่วนแล้วก็จะเป็นประโยนช์มาก เพราะเค้าโครงดังกล่าว เป็นเงื่อนไขที่จะต้องปฏิบัติตาม ทำให้ผู้วิจัยมีความชัดเจน เป็นการป้องกันปัญหาต่างๆ ที่จะตาม […]

ปิดงานวิจัย “พฤติกรรมของคนที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วง COVID-19” ของนักศึกษาปริญญาโทธรรมศาสตร์

researcherthailand

ปิดงานวิจัย “พฤติกรรมของคนที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วง COVID-19” ของนักศึกษาปริญญาโทธรรมศาสตร์ นักศึกษาปริญญาโท คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศึกษาพฤติกรรมคนในช่วง COVID-19 ชี้พฤติกรรมแต่ละ Gen มีความแตกต่างกัน บาง Gen อาจคล้ายกันในบางพฤติกรรม วันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ.2564      ย้อนกลับไปช่วงต้นปี 2563 ที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา หรือ COVID-19 เข้ามาในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ประเทศถูกล็อกดาวน์ เศรษฐกิจหยุดชะงัก ซบเซา และภาคการศึกษาต้องปรับสู่การเรียนในรูปแบบ Online แน่นอนว่าทุกภาคส่วนล้วนได้รับผลกระทบ มีการปรับตัวกันอย่างกระทันหัน หลายคนบอกว่าเรากำลังก้าวสู่ยุคของ “New Normal” และปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อทั่วโลกรวมกว่า 90 ล้านคน      เราไม่อาจทราบได้ว่าสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 จะสิ้นสุดลงเมื่อใด และในขณะที่เรากำลังต้องเผชิญกับโรคระบาดร้ายอยู่นั้น ผู้อ่านได้สังเกตหรือไม่ว่าเรามีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปไม่มากก็น้อยในช่วงนี้      เรามาดูงานวิจัยเรื่อง “การสำรวจพฤติกรรมของคนที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วง COVID-19” ของ นายพชร สุขวิบูลย์ […]

เทคนิคการเขียนรายงานวิจัยให้ดีจนอาจารย์ชม

1. การเขียนชื่อเรื่องงานวิจัย          1.    กะทัดรัด  มีความชัดเจนในตัวเอง          2.    เห็นลักษณะของตัวแปร  กลุ่มตัวอย่าง  และขอบเขตของการวิจัย          3.    ภาษาที่ใช้ต้องเป็นภาษาที่เชื่อถือได้ในวิชาชีพนั้น ๆ          4.    เป็นประโยคที่สมบูรณ์  ข้อความ หรือวลีก็ได้ 2. การเขียนความเป็นมาและความสำคัญของการวิจัย         1. แนวในการเขียนแบ่งเป็น  3  ส่วน  คือ               1.1   เริ่มจากจากสภาพปัจจุบันของสิ่งที่จะวิจัย               1.2   ปัญหาที่เกิดขึ้นสำหรับสิ่งที่จะวิจัย               1.3   แนวทาง หรือ หลักการที่จะแก้ปัญหานั้น         2. ตรงประเด็น และชี้ให้เห็นความสำคัญของสิ่งที่จะวิจัย  ไม่ควรเขียนเยิ่นเย้อ   และนอกเรื่อง  เพราะจะทำให้ผู้อ่านไขว้เขวได้         3. มีข้อมูลอ้างอิง  เพื่อความน่าเชื่อถือ   การมีข้อมูลอ้างอิงจะทำให้งานวิจัยมีคุณค่า  และบางครั้งทำให้การเขียนมีความสละสลวย   มีเหตุมีผล         4. […]