สำรวจผลกระทบหลังโควิด-19 จุดเปลี่ยนการศึกษาโลก

สำรวจผลกระทบหลังโควิด-19 จุดเปลี่ยนการศึกษาโลกรอบปีที่ผ่านมาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบวงกว้างในหลายมิติทั่วโลก รวมทั้งผลกระทบต่อแวดวงการศึกษาในหลายแง่มุมตั้งแต่การปิดเรียน ปรับมาใช้การสอนผ่านกลไกต่าง ๆ ตลอดจนปัญหาทางเศรษฐกิจที่ตามมาที่ทำให้เด็กหลายคนต้องออกจากโรงเรียน ทำให้ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาถ่างเพิ่มมากขึ้นแต่อีกด้าน โควิด-19 กลายเป็นแรงผลักดันบังคับให้เกิดการปรับตัวและนำมาซึ่งเทคโนโลยีและนวัตกรรมรูปแบบการศึกษาใหม่ๆ ที่ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้ด้วยตนเองด้วยรูปแบบที่แตกต่างกลายเป็นโมเดลใหม่ ๆ ที่สอดรับกับบริบทของแต่ละพื้นที่ทั่วโลกดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษา สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ใช้โอกาสช่วงสิ้นปีประเมินสถานการณ์การศึกษาที่เกิดขึ้นจากผลกระทบของโควิด-19 ซึ่งนำมาสู่ความเปลี่ยนแปลงต่อแวดวงการศึกษาในแง่มุมต่าง ๆการเรียนรู้ที่ลดลง ผลเสียต่ออนาคตการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ผลกระทบจาก โควิด-19 ทำให้ห้องเรียนส่วนใหญ่ต้องถูกปิด แม้จะเปลี่ยนมาทำการเรียนการสอนแบบออนไลน์แต่ก็ไม่มีประสิทธิภาพเท่ากับการเรียนในห้องเรียนได้ ทำให้เด็กมีปัญหาทั้งการเรียนที่ต้องหยุดชะงัก ไปจนถึงความไม่พร้อมของผู้ปกครอง การขาดแคลนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ การเข้าถึงอินเตอร์เน็ต การใช้เวลาหน้าจอมากเกินไป ขาดปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน สุดท้ายทำให้เกิดความเครียดทั้งเด็กและครู“สุดท้ายคือการที่เด็กมีการเรียนรู้ที่ลดลง (Learning Loss) ในสถานการณ์โควิด-19 ช่วงที่เขาต้องอยู่บ้าน หรือขาดการทบทวนบทเรียนเป็นเวลานาน ความรู้ก็อาจจะหายไป นอกจากความรู้ที่หายไปแล้ว ยังอาจส่งผลต่อพื้นฐานความรู้ในด้านสำคัญ ๆ ซึ่งเป็นพื้นฐานของการพัฒนาทุนมนุษย์ในสังคม หลายประเทศก็พยายามแก้ปัญหา โดยการเพิ่มอุปกรณ์ต่างๆเพิ่มอินเตอร์เน็ต เทรนครูให้รับมือกับการเรียนการสอนแบบระยะไกล”การศึกษาไม่ได้อยู่แค่ในห้องเรียน ผนึกกำลังท้องถิ่นแก้ปัญหาการศึกษาตามบริบทพื้นที่ดร.ภูมิศรัณย์ มองว่า ข้อดีในช่วงที่ผ่านมาคือการทำให้เกิดนวัตกรรมการเรียนการสอนทางไกลเป็นจำนวนมาก หลายอย่างเราเห็นว่ามีการทำได้ดี หรือมีครูที่สามารถทำได้ เขาได้คิดค้นวิธีการที่ดีๆ หลายอย่าง ทำให้เรารู้ว่าการศึกษาไม่ใช่เกิดขึ้นได้ในห้องเรียนเท่านั้น แต่เมื่อสถานการณ์จำเป็นก็สามารถเกิดได้ทุกที่ ทั้งทางออนไลน์ […]
เปิดประตูการศึกษา เรียนรู้-สู้วิกฤติ (โควิด-19)

เปิดประตูการศึกษา เรียนรู้-สู้วิกฤติ (โควิด-19)ความเปลี่ยนแปลง สู่โลกอนาคต จากวิกฤติ โควิด-19 เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของการศึกษา ทว่าเราจะตั้งรับได้อย่างไร แนวโน้มของการศึกษาไทยในอนาคตจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง กับความท้าทายของโลก (การศึกษา) ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จากผลกระทบจาการระบาดครั้งใหญ่นี้ และส่งผลกระทบการศึกษาในระยะยาวอย่างไร เรารวบรวมประเด็นที่น่าสนใจจากหลาย ๆ แหล่งไว้ในบทความนี้ ครู-นักเรียน ปรับตัวสู่โหมด “ออนไลน์”ผศ.อรรถพล อนันตวรสกุล อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นหนึ่งในอาจารย์มหาวิทยาลัยกลุ่มแรก ๆ ที่เปลี่ยนมาใช้วิธีการสอนนักศึกษาออนไลน์ตั้งแต่ก่อนที่รัฐบาลจะออกประกาศปิดสถานศึกษา อ.อรรถพล กล่าวว่า ไม่ใช่ทุกวิชาหรือทุกคณะจะเปลี่ยนมาสอนออนไลน์ได้ทั้งหมด เพราะต้องคำนึงถึงความเหมาะสม และประสิทธิภาพของการสอนที่สำคัญที่สุดคือห้องเรียนออนไลน์ยังทดแทน “ห้องเรียนออฟไลน์” หรือห้องเรียนจริง ๆ ไม่ได้ คือ “ปฏิสัมพันธ์” วิกฤติ คือ โอกาสการเรียนออนไลน์นั้น มีข้อจำกัดเรื่องความพร้อมส่วนบุคคลมากมาย โดยเฉพาะในโรงเรียนที่อยู่ต่างจังหวัดที่คุณครูก็ยังไม่มีความคุ้นชินกับโปรแกรมต่าง ๆ นักเรียนก็ไม่มีอุปกรณ์ รวมถึงสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ไม่ดีนัก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องวางแผนอย่างจริงจังว่าจะสนับสนุนคุณครูนับแสนคนอย่างไร ต้องประเมินความพร้อมอย่างรอบด้าน เป้าหมายที่แท้จริงของการศึกษา ก็คือการพัฒนาผู้เรียน การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การถกเถียง การมีปฏิสัมพันธ์กัน ถึงแม้ว่าการเรียนออนไลน์จะมีข้อจำกัดและอุปสรรคบ้าง แต่ อ.อรรถพลบอกว่า […]
2 สิ่งที่ต้องเลือกให้ถูก ถ้าอยากเป็นนักวิจัยอิสระ

อาชีพ “นักวิจัย” เป็นอีกหนึ่งอาชีพในฝันของใครหลาย ๆ คนที่ชอบเรียนหนังสือ ชอบตั้งคำถาม และหาคำตอบด้วยค้นหาความรู้มายืนยัน หรือบางคนอาจจะชอบการค้นหาแนวความคิดใหม่ ๆ หรือข้อมูลใหม่ ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมและองค์ความรู้ของมนุษย์ แล้วกว่าจะเป็นนักวิจัยอิสระได้ ต้องทำยังไงบ้าง วันนี้เราจะมาแชร์ 2 สิ่งที่ต้องเลือกให้ถูก ถ้าอยากเป็นนักวิจัยอิสระ มีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย เลือกเรียน ก่อนอื่นต้องมาทำความเข้าใจกับจุดเริ่มต้นของเส้นทางการเป็นนักวิจัยกันก่อน หลายคนอาจจะคิดว่า ถ้าอยากเป็นนักวิจัย จะต้องเรียนสายวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่ความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าจะเรียนสาขาไหนก็สามารถเป็นนักวิจัยได้ เช่น เราจะเห็นงานวิจัยทางด้านสังคม พฤติกรรมของมนุษย์ ในบทความด้านการตลาดที่สนใจเรื่องพฤติกรรมของผู้บริโภค หรืองานวิจัยในตลาดเงินหรือตลาดทุน ซึ่งเป็นงานวิจัยทางด้านเศรษฐศาสตร์ แต่ที่คนติดภาพว่านักวิจัยต้องจบสายวิทย์ ก็เพราะว่างานวิจัยต้องใช้การรวบรวมข้อมูล และมีหลักฐานหรือทฤษฎีมายืนยันอยากเป็นรูปธรรม ซึ่งทำให้นึกถึงกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็นอย่างมาก และงานวิจัยส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ด้วย เลยทำให้หลาย ๆ เข้าใจผิดตรงส่วนนี้ได้ ดังนั้นไม่ว่าจะเรียนสายอะไรก็สามารถเป็นนักวิจัยได้ ขอแค่คุณมีความสนใจที่จะศึกษาในศาสตร์แขนงนั้นจริง ๆ เลือกเส้นทางการทำงาน อาจจะเริ่มตั้งแต่ตอนที่เรียนอยู่เลยก็ได้ ลองสมัครเป็นผู้ช่วยวิจัยกับอาจารย์ที่มีงานวิจัยอยู่ หรือถ้าจบมาแล้ว อาจจะเริ่มที่การเป็นนักวิจัยที่มีสังกัดไปก่อน ลองไปทำงานตามสังกัดต่าง ๆ เช่น มหาวิทยาลัย หรือจะเป็นองค์กร หรือบริษัทเอกชนก็ได้ […]
10 วิธีเพิ่ม Productivity ในการทำงาน

รู้สึกไหมโลกเปลี่ยนไป เราทำงานได้ง่ายและสบายกว่าแต่ก่อนมาก แต่ทำไมประสิทธิภาพการทำงานถึงลดลง? ในยุคนี้การเข้ามาของ Messenger, LINE, อีเมล หรือการประชุมออนไลน์ อย่าง Zoom, Google Meet, etc. ทำให้โลกการทำงานกลายมาเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ตลอด 24 ชม. แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ได้เปลี่ยนตามเทคโนโลยี คือ สภาวะร่างกายและสมองของมนุษย์ แม้ว่าเทคโนโลยีจะเข้ามาทำให้การทำงานสะดวกสบายขึ้น Work from Anywhere Any time แต่ไม่ได้แปลว่าร่างกายของเราจะพร้อมทำงาน Anywhere Any time ได้เสมอไป เราจึงต้องรู้จักบริหารการใช้งานร่างกายอย่างเหมาะสม เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพและเหนื่อยน้อยลง บทความนี้จะมาเล่าถึงวิธีการเพิ่มการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ง่าย ๆ กับ 10 วิธีเพิ่ม Productivity ในการทำงาน ที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้วจาก UC Berkeley ว่าได้ผลจริง 1. ลดสิ่งที่ทำให้เสียสมาธิ ปี 2008 งานวิจัยได้มีการค้นพบว่า มักมีสิ่งที่เข้ามาทำให้เสียสมาธิในการทำงานทุก ๆ 11 นาที ปี 2011 […]
5 เทคนิค เรียนให้เข้าใจในครั้งเดียว

คุณเคยมีประสบการณ์เหล่านี้ไหม เรียนไม่รู้เรื่อง เรียนไม่เข้าใจ สุดท้ายก็กลับมาเรียนใหม่หลายๆรอบ หรือเสียเงินเรียนพิเศษตอนใกล้สอบเพราะไม่เข้าใจที่อาจารย์สอน หากมี จะดีกว่ามั้ยหากคุณสามารถแก้ปัญหาอย่างที่กล่าวมาได้เพียงนำ 5 เทคนิค เรียนให้เข้าใจในครั้งเดียว เทคนิคง่ายๆนี้มีอะไรบ้างไปดูกัน 1. นอนให้พอแต่ละคนมีความต้องการในการนอนไม่เท่ากัน โดยเฉลี่ยแล้วควรน้อยอย่างน้อย 6 – 8 ชม. คุณนอนยังไงก็ให้พออย่างสม่ำเสมอ เพราะมันส่งผลโดยตรงกับประสิทธิภาพในการเรียนรู้ เมื่อก็พร้อม คุณก็จะโฟกัสได้ดีขึ้นและไม่รู้สึกง่วงระหว่างเรียน 2. ทำความเข้าใจเรื่องที่จะเรียนมาล่วงหน้าเรื่องนี้สำคัญมาก บางครั้งเนื้อหาที่คุณเรียนอาจจะเป็นเรื่องใหม่ที่คุณไม่มีพื้นฐานในหัวเลย มันจะช่วยให้คุณเข้าใจเรื่องราวได้ง่ายขึ้น และคุณจะรู้ว่าจุดไหนที่ตัวเองไม่เข้าใจ และตั้งคำถามถูกว่างงเรื่องไหน ไม่เชื่อลองดูเลยครับ 3. ตั้งใจเรียน จับประเด็นสำคัญ กล้าถาม หากคุณทำตามนี้ คุณจะเข้าใจบทเรียนอย่างถ่องแท้จริงๆ ถึงแม้ว่ามันอาจจะดูสับซ่อน แต่ถ้าคุณจับประเด็นได้ ก็ไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไปอีกต่อไป และสิ่งสำคัญที่สุด กล้าถาม อย่าไปกลัวว่าจะถูกมองว่าโง่ ไม่เข้าใจ เพราะเมื่อเราถาม เราจะโง่อีกแปปเดียว แล้วฉลาดขึ้นทันทีหลังจากได้คำถาม แต่หากเราไม่ยอมถาม คุณจะโง่ตลอดไป 4. จดบันทึกในรูปแบบภาพบางคนจดทุกอย่างที่อาจารย์พูด แต่ท้ายคาบปรากฏว่าไม่เข้าใจอะไรเลย เพราะมัวแต่ตั้งใจจดคำพูดอาจารย์ในแบบตัวอักษร หากคุณจับประเด็นสำคัญและเขียนในรูปแบบของ Mind Mapping หรือภาพวาด […]
10 คุณสมบัติของผู้ที่ประสบความสำเร็จในการนำเสนอ

ในยุคปัจจุบัน เมื่อเราพูดถึงการนำเสนอ เรามักจะนึกถึงการพรีเซนงานอะไรสักอย่างที่เป็นทางการ เช่น นำเสนอต่อที่สาธารณะ นำเสนอต่อหัวหน้า นำเสนออาจารย์ หรือนำเสนอสินค้าต่อลูกค้า จริงๆแล้ว เรานำเสนออยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่คุณออกจากบ้านคุณเป็นคนเลือกนำเสนอตัวตนของคุณที่อยากให้โลกรับรู้ว่าคุณเป็นใคร แต่ในวันนี้เราจะนำเสนอหลักการและคุณสมบัติของการนำเสนอที่ถูกต้องที่ใครๆไม่ก็จะมือเก่าหรือมือใหม่ก็นำไปปรับใช้ได้ง่ายๆ ลองอ่านดูเลยครับ ลักษณะการนำเสนอที่ดี 1. มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน คุณต้องมีความต้องการที่แน่ชัดว่า เสนอเพื่ออะไร โดย ไม่ต้องให้ผู้รับรับการนำเสนอต้องถามว่าต้องการให้พิจารณาอะไร 2. มีรูปแบบการนำเสนอเหมาะสม คุณต้องมีความกระทัดรัดได้ใจความ เรียงลำดับไม่สนใช้ภาษาเข้าใจง่าย ใช้ตาราง แผนภูมิ แผนภาพ ช่วยให้พิจารณาข้อมูลได้สะดวก 3. เนื้อหาสาระดี คุณต้องมีความน่าเชื่อถือ เที่ยงตรง ถูกต้อง สมบูรณ์ครบถ้วน ตรงตามความต้องการ มีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันทันสมัย และมีเนื้อหาเพียงพอแก่การพิจารณา 4. มีข้อเสนอที่ดี คุณต้องมีข้อเสนอที่สมเหตูสมผล มีข้อพิจารณาเปรียบเทียบ ทางเลือกที่เห็นได้ชัด […]
7 นิสัยคนสำเร็จ ที่คนส่วนใหญ่อยากรู้

ในปัจจุบันการแข่งขันในโลกนี้สูงมากเมื่อเทียบกับสมัยก่อน และผมเชื่อว่าเมื่อคุณถูกถามว่าอยากประสบความสำเร็จในชีวิตไหม ผมเชื่อว่าแทบทุกคนคงตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าอยาก แต่เอาเข้าจริงๆ ไม่ใช่ทุกคนพร้อมที่จะแลกเพื่อสิ่งนั้น คุณรู้หรือไม่ว่าจริงๆแล้วคนที่ประสบความสำเร็จมีเพียงประมาณ 5 % จากประชากรทั้งหมด ซึ่งแปลว่าอีก 95% จะมีชีวิตที่กลางๆหรือลำบากนั่นเอง คุณสามารถเลือกได้ว่าอยากเป็นคนกลุ่มไหน และวันนี้เราจะมีแชร์ 7 นิสัยคนสำเร็จ ที่คนส่วนใหญ่อยากรู้ 1. หลีกเลี่ยงรูปแบบที่ตายตัว คุณต้องยอมรับความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นเสียบ้าง รู้จักเปิดกว้างและยืดหยุ่นในการทำงาน บ่อยครั้งที่ต้องทำงานอย่างมุ่งมั่นและดันทุรังบ้าง แต่คุณต้องรู้ว่าเมื่อไรควรเปลี่ยนและเมื่อไรควรยืดหยุ่น ถ้าจะทำเฉพาะสิ่งที่ตายตัวอาจจำกัดตัวคุณและอนาคตก็เป็นได้ จำไว้ว่าทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้และไม่มีอะไรเป็นไปตามแผนทั้งหมด ดังนั้นหากมีอะไรที่ต้องเปลี่ยนแปลง ก็ต้องปรับตัว 2. ให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพ โบราณว่า “การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” ซึ่งเป็นประโยคอมตะที่ขอยืนยันอีกเสียงนึงว่าเป็นเรื่องจริง คนที่รักษาสุขภาพนั้นจะช่วยสร้างความสำเร็จในอาชีพการงานได้ก้าวไกลกว่าคนที่ไม่ค่อยรักษาสุขภาพแน่ๆ พวกเขาไม่ละเลยสุขภาพ และตระหนักเสมอว่า เมื่อมีสุขภาพดี ทุกอย่างจะดีตาม ความคิดจะดี มีพลังงานที่ดี สมองดี ทุกอย่างจะช่วยผลักดันให้การงานของเขาดีตามไปด้วย เพียงเริ่มต้นที่สุขภาพนั่นเอง 3. ไม่จมอยู่กับปัญหา คนที่ประสบความสำเร็จจะไม่จมอยู่กับปัญหา คุณจะไม่ได้อะไรเลยนอกจากความเครียด และนั่นคือช่องทางที่จะเจอปัญหาในชีวิตเพิ่มอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้น แทนที่จะโฟกัสกับตัวปัญหา เปลี่ยนไปโฟกัสที่การกระทำของคุณที่ทำให้สถานการณ์มันค่อยๆ ดีขึ้นจะดี เพราะมันจะทำให้คุณค่อยๆ รู้สึกดีขึ้น และนั่นอาจจะทำให้คุณคิดวิธีแก้ปัญหาใหม่ๆ ออกเสียด้วยซ้ำ […]
8 ประเภท วิทยานิพนธ์ ที่พบบ่อยที่สุด

ในยุคนี้ ดูเหมือนว่าเพียงแค่วุฒิปริญญาตรีอาจไม่พอ หากคุณอยากเพิ่มโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานระดับสูงในประเทศไทย และหนทางที่คนส่วนใหญ่เลือกเดินก็คือการเรียนต่อเพิ่มเติม ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการศึกษาต่อในระดับปริญญาโท หรือ ปริญญาเอกต่อไป ในแต่ละคนก็จะมีจุดประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเรียนเพื่อครอบครัว เพื่อต่อยอดในสายงานอาชีพ เพื่ออัพเงินเดือน หรือเพียงเพียงอยากให้คนเรียกคุณว่าด็อกเตอร์ จะเห็นได้ว่าต่างคนต่างมีจุดประสงค์หรือเป้าหมายที่แตกต่าง และในวันนี้เราจะพาพูดถึงสิ่งที่นักล่าปริญญาทุกคนต้องเจอเหมือนกัน นั่นก็คือ การทำวิทยานิพนธ์เพื่อจบการศึกษานั่นเอง หากคุณกำลังศึกษาปริญญาโทหรือเอกอยู่และใกล้จะจบแล้ว บทความนี้จะเป็นแนวทางที่ดีให้กับคุณในการตัดสินใจเลือกทำวิทยานิพนธ์ให้กับคุณ วิทยานิพนธ์คืออะไร วิทยานิพนธ์, ปริญญานิพนธ์ หรือ ดุษฎีนิพนธ์ (อังกฤษ: thesis หรือ dissertation) เป็นเอกสารที่เขียนโดยนักวิจัย นักศึกษา หรือนักวิชาการ พรรณนาขั้นตอน วิธีการ และผลการศึกษาวิจัยที่ค้นคว้าวิจัยมาได้ โดยเขียนอย่างเป็นระบบ มีแบบแผน สำหรับนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา วิทยานิพนธ์เป็นเอกสารบังคับในการจบการศึกษา สำหรับนักวิจัยหรือนักวิชาการจะใช้เป็นเอกสารในการเลื่อนตำแหน่งทางวิชาการ วิทยานิพนธ์การวิจัยเป็นงานเขียนอย่างกว้างขวางโดยมีการสำรวจเชิงลึกในปรากฏการณ์ปรากฏการณ์ปัญหาหรือคำถามโดยมีจุดประสงค์ในการแก้หรือตอบผ่านวิธีการของวิธีการทางทฤษฎีหรือปฏิบัติ ในวิทยานิพนธ์จะมีการเปิดมุมมองข้อโต้แย้งและการสนับสนุนที่สนับสนุนแนวคิดของนักวิจัยเกี่ยวกับแนวทาง การสืบสวนอาจเกี่ยวข้องกับการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลหลักโดยใช้กลยุทธ์การเก็บข้อมูลเชิงประจักษ์ แต่จะต้องมีการใช้การวิเคราะห์และการประเมินข้อมูลและข้อมูลที่เผยแพร่ไปแล้วหรือสิ่งที่เรียกว่าแหล่งข้อมูลทุติยภูมิวันนี้เราจะมาแชร์ 8 ประเภท วิทยานิพนธ์ ที่พบบ่อยที่สุด มีอะไรบ้างไปดูกันเลย การวิจัยเอกสาร เป็นประเภทของการวิจัยที่ใช้แหล่งข้อมูลบรรณานุกรมและเอกสารเป็นหลักเพื่อสนับสนุนมุมมองของนักวิจัยในวิทยานิพนธ์ นอกจากนี้ยังขยายและเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับหัวข้อเฉพาะที่กำลังทำการวิจัย ซึ่งวิทยานิพนธ์ประเภทนี้ไม่ใช่เชิงประจักษ์และสนับสนุนงานวิจัยทางสังคมศาสตร์ วัสดุบางส่วนที่ใช้เป็นแหล่งที่มาคือนิตยสารหนังสือพิมพ์เอกสารทางการและสิ่งพิมพ์ใบรับรองสื่อโสตทัศน์ข้อความบนอินเทอร์เน็ตสารานุกรมหนังสือและอื่น ๆ จะแตกต่างจากแบบสอบถามหรือการสัมภาษณ์วัสดุสารคดีถูกรวบรวมเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนวิทยานิพนธ์ ดังนั้นคุณภาพและคุณค่าของแหล่งข้อมูลจึงถูกวิเคราะห์ตามเกณฑ์ของความถูกต้องความน่าเชื่อถือความซื่อสัตย์ความเกี่ยวข้องและบริบท […]
ลักษณะของนักวิจัยที่ดี เป็นอย่างไร?

เคยสงสัยไหมว่าลักษณะของนักวิจัยที่ดี เป็นอย่างไร? ผู้ที่จะมีการทำงานวิจัยให้มีประสิทธิผลและประสิทธิภาพต้องมีสมรรถภาพในองค์ประกอบหลายๆ ด้าน โดยต้องอาศัยทั้งศาสตร์และศิลปะที่ต้องฝึกปฏิบัติจนเป็นนิสัย ดังต่อไปนี้ 1. ด้านคุณลักษณะส่วนบุคคล มีองค์ประกอบดังนี้ 1.1 มีความอดทน ในการทำวิจัยต้องใช้ความอดทนทุกขั้นตอนของการทำวิจัย 1.2 มีความสุภาพ ในการทำงานวิจัยที่เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการศึกษาระดับปริญญาโทมีทั้งอาจารย์ที่เป็นประธานที่ปรึกษา กรรมการท่านอื่นๆอีกหลายท่าน นักวิจัยต้องมีความสุภาพ อ่อนน้อม และรับฟังคำแนะนำด้วยความตั้งใจ 1.3 มีมนุษย์สัมพันธ์ มนุษย์สัมพันธ์เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นในการทำงานวิจัย เพราะการทำวิจัยต้องติดต่อผู้ที่ทำหน้าที่บริการหรือให้ข้อมูลกับงานวิจัย 1.4 มีความขยันหมั่นเพียร การทำงานวิจัยถ้าไม่มีความขยันหมั่นเพียร งานวิจัยจะไม่ประสบความสำเร็จ งานวิจัยต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพราะในแต่ละขั้นตอนมีการดำเนินการแตกต่างกัน 1.5 มีการวางแผน การวางแผนมีความสำคัญต่อการทำงานของทุกคน งานวิจัยมีระเบียบวิธีและกระบวนการทำงานหลายขั้นตอน ถ้ามีการกำหนดและวางแผนอย่างเป็นขั้นตอน โดยกำหนดกิจกรรมในแต่ละขั้นตอน กำหนดระยะเวลาที่ทำสำเร็จ กำหนดวัน เดือน ปี ตลอดจน มีการบันทึกการทำงานในแต่ละวัน 1.6 […]
5 เทคนิค ตั้งหัวข้อวิจัย ให้ผ่านฉลุย !!

ผู้วิจัยหลายคุณยังมีปัญหาในการตั้งหัวข้อเรื่องงานวิจัย คือ ยังหาประเด็นที่จะใช้ในการตั้งหัวข้อวิจัยไม่ได้ ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากจุดไหนก่อนดี ยังหาสิ่งที่น่าสนใจที่จะใช้เป็นไอเดียในการตั้งหัวข้อเรื่องงานวิจัยไม่ได้เสียที ทำให้งานวิจัยไม่สามารถเดินหน้าที่จะดำเนินการในขั้นต่อไปได้เสียที วันนี้เราจะมาแชร์ “5 เทคนิค ตั้งหัวข้อวิจัย ให้ผ่านฉลุย” มีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยย 1. ตั้งจากความรู้ส่วนบุคคล ส่วนใหญ่แล้วเราทุกคนมีความรู้ส่วนบุคคล มีความสนใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือความเชี่ยวชาญส่วนบุคคล คุณสามารถนำจุดเด่นนั้นมาประยุกต์ใช้ในการตั้งหัวข้อเรื่องงานวิจัย ได้ เช่น หากคุณศึกษาในสาขาการตลาด คุณควรโฟกัสเทคนิคทางการตลาดเฉพาะ มุ่งเน้นศึกษาจากทฤษฎี แนวคิด หรืองานวิจัยที่เกี่ยวข้องในสาขาการตลาด เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับความรู้ส่วนบุคคลในการศึกษา ต่อยอดงานวิจัยไปได้ 2. ตั้งจากสถานการณ์ปัจจุบัน สภาพสังคม เศรษฐกิจ หรือสถานการณ์ปัจจุบัน เป็นประเด็นจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในสภาพสังคมหรือเศรษฐกิจในปัจจุบันที่สามารถหยิบยกมาประยุกต์ใช้ในการศึกษาวิจัยต่อยอด และนำมาตั้งหัวข้อเรื่องงานวิจัย ได้ 3. ตั้งจากข้อเสนอแนะของงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง นอกเหนือจากการตั้งหัวข้อเรื่องงานวิจัยจากสภาพสังคม เศรษฐกิจ หรือสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว การศึกษาต่อยอดงานวิจัยจากข้อเสนอแนะของงานวิจัยเล่มอื่นๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผู้วิจัยสนใจได้เช่นกัน การที่นำข้อเสนอแนะของงานวิจัยที่เกี่ยวข้องมาตั้งประเด็นปัญหาในงานวิจัยนี้มีข้อดีคือ คุณสามารถอ้างอิงตัวแปรที่มาจากงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาสังเคราะห์เรียบเรียงเป็นเนื้อหาที่จะใช้ในการทำงานวิจัยได้ ซึ่งจะทำให้ประหยัดระยะเวลาที่จะใช้ในการสืบค้นข้อมูล การสร้างเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง กลุ่มประชากรที่ใช้ในการวิจัยได้ง่ายขึ้น 4. ตั้งจากบทความวิชาการ การนำบทความวิชาการมาใช้ในการตั้งหัวข้องานวิจัย ถือเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากบทความวิชาการในปัจจุบันจะมุ่งเน้นเกี่ยวกับประเด็นที่ทันสมัย โดยเฉพาะหัวข้อเกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งสามารถนำบทความที่เกี่ยวกับกระแสนิยมเหล่านี้มาศึกษาและพัฒนาต่อยอดเป็นหัวข้องานวิจัย […]