ให้บริการคำปรึกษาการทำ วิจัย วิทยานิพนธ์

ให้บริการคำปรึกษาการทำ วิจัย วิทยานิพนธ์ การศึกษาอิสระ แบบใกล้ชิด ครบวงจร ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ครอบคลุมทุกส่วนประกอบ และกระบวนการทำวิจัย โดยแบ่งออกเป็นขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้ การเขียนเค้าโครงงานวิจัย (Proposal)– การคิดหัวข้อวิจัย– การกำหนดขอบเขตการวิจัย การจัดทำบทที่ 1 บทนำ– เขียนที่มาและความสำคัญของปัญหา– กำหนดวัตถุประสงค์การวิจัย– กำหนดกรอบแนวคิดและสมมติฐานการวิจัย– การเขียนนิยามศัพท์เฉพาะ– ประโยชน์ที่ได้รับจากการทำวิจัย การจัดทำบทที่ 2 แนวคิด ทฤษฎี และวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง– การศึกษาแนวคิด ทฤษฎี ที่เกี่ยวข้องกับการทำวิจัย– สืบค้นวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ที่เพิ่งจัดทำไม่เกิน 5 ปี ทั้งในประเทศและต่างประเทศ การจัดทำบทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย– การกำหนดวิธีดำเนินการวิจัย– การกำหนดประชากร กลุ่มตัวอย่าง– การออกแบบสอบถาม การคิดข้อคำถาม– การทำแบบสอบถามออนไลน์ และการแชร์ลิงก์แบบสอบถามออนไลน์– การทดสอบความเที่ยงตรงของแบบสอบถาม (Validity) ด้วยกระบวนการทดสอบคุณภาพของเครื่องมือวัด (Item-Objective Congruence Index : […]
การเขียนความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาแนวคิด หลักการหรือทฤษฎีการเขียนความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา หรือภูมิหลัง หรือหลักการและเหตุผล เพื่อเล่าให้ผู้อ่านทราบถึง ความเป็นมาของการวิจัย โดยเขียนให้สัมพันธ์กับหลักการและเหตุผลที่ต้องทำการวิจัยเรื่องนั้น ๆ มักอ้างอิงหลักการ แนวคิด และทฤษฎีที่สำคัญ ๆ มาประกอบการบรรยาย ทำให้ผู้อ่านมองเห็นความจำเป็นและสภาพปัญหาของการวิจัย มักจะเขียนเป็นย่อหน้า ๆ ไม่ยืดยาวเกินไป พยายามให้เนื้อความต่อเนื่องกัน มักจะเริ่มจากแนวนโยบาย หลักการ แนวคิด สภาพปัญหา และการแก้ปัญหาการเขียนความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาจะต้องเขียนให้เห็นความสำคัญของปัญหาหรือหัวข้อที่จะทำการวิจัย โดยเน้นให้เห็นประเด็นสำคัญๆ ที่จำเป็นมีส่วนเกี่ยวกับปัญหาที่ทำการวิจัยโดยตรง สิ่งที่ควรคำนึงในการเขียนมี ดังนี้1. เขียนให้ตรงประเด็น เหตุผลที่นำเสนอควรเป็นเหตุผลที่นำไปสู่จุดเป็นปัญหาที่จะทำการวิจัย และช่วยชี้ให้เห็นความสำคัญของสิ่งที่จะวิจัย2. ควรใช้ข้อมูลอ้างอิงเพื่อให้เหตุผลนั้นดูมีน้ำหนักสมควรที่จะทำการวิจัย3. ควรเขียนให้เข้าใจง่ายโดยนำเสนอเป็นประเด็นๆ เป็นลำดับต่อเนื่องการเขียนความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาอาจมีแนวทางในการเขียนเป็นลำดับขั้นตอน ดังนี้1. ขั้นปัญหา กล่าวถึงสภาพปัญหาที่พบในการจัดการเรียนการสอน หรือสภาพการจัดการเรียนการสอนที่พึงประสงค์ ขั้นวิเคราะห์ปัญหา ระบุถึงสภาพปัญหาของการจัดการเรียนการสอนโดยการวิเคราะห์ปัญหานั้นๆ อย่างรอบคอบ เพื่อชี้ให้เห็นประเด็นของการวิจัย หากมีตัวเลขประกอบให้นำมาระบุด้วย3. ขั้นสรุปแนวทางที่จะแก้ปัญหาหรือพัฒนา ระบุวิธีการหรือนวัตกรรมที่นำมาแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอน ตัวอย่างความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาปัจจุบันนี้ประเทศไทยมีการพัฒนาความเจริญก้าวหน้าในการสื่อสารทางภาษา ……………..การอ่านเป็นการสื่อสารที่สำคัญของมนุษย์ การอ่านภาษาไทยให้ถูกต้องชัดเจน จะทำให้การสื่อสาร………………..ประกอบกับแผนพัฒนาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ระยะที่ 8 ได้กำหนดความจำเป็นของการใช้ภาษาไทยในการสื่อสาร…………..กระทรวงศึกษาธิการมีเป้าหมายในการ………………….กรมวิชาการจึงได้กำหนดให้วิชาภาษาไทยเป็นวิชาบังคับโดย………..ดังคำกล่าวของ…..กล่าวว่า……………………………….ทำให้เห็นว่าภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติและการสื่อสารให้ถูกต้องจึงเป็นการรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมไทยอีกทางหนึ่งด้วยจากการศึกษาและสำรวจสภาพปัญหาการอ่านของนักเรียน…………โดยวิธีการ…………พบว่า…………………………เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวผู้วิจัยจึงได้จัดทำ…………………………ขึ้น 09-3807-9091 09-6140-4854
3เรื่องที่ต้องรู้ในการสรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ

เป็นการกล่าวถึงจุดมุ่งหมาย(หรือหัวข้ออื่น ๆ ด้วย และสรุปผลการวิจัย ซึ่งยนย่อมา จากบทที่ 4 (หากจะอานผลงานวิจัยที่สั้นกว่านี้ก็คืออ่านในบทคัดย่อ สิ่งที่สําคัญมากที่สุดในบทนี้ก็คือ การอภิปรายผล ซึ่งผู้วิจัยต้องแสดงความสามารถใน การวิจารณ์ ถึงเหตุและผลของการวิจัยที่ค้นพบ ว่าที่เป็นเช่นนั้นเพราะอะไร หรือทําไมจึงได้ผล เช่นนั้น ในทางวัดผล ถือเป็นพฤติกรรมขั้นสังเคราะห์ความสัมพันธ์คือทําการวิพากย์ วิจารณ ถึง ผลที่ได้จากการวิจัย ส่วนที่จะสอดคล้องกับผลการวิจัยของใครที่ทํามากอนหน้านี้ก็เอามาเขียนที หลัง ซึ่งไม่สําคัญเท่ากับ การสังเคราะห์ความสัมพันธ์ ข้อเสนอแนะให้กับผู้ที่จะทําวิจัย หรือการนําผลงานวิจัยไปใช้ ต้องเสนอแนะตาม ผล ที่เกิดจากผลของการวิจัยเท้านั้น
3เคล็ดลับการเข้าพบอาจารย์ที่ปรึกษางานวิจัย

การทำวิจัยคือการศึกษาเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างมีแบบแผนชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น project สำหรับระดับ ม.ปลาย/ป.ตรี/ป.โท หรือ ป.เอก เราก็ต้องมีการวางแผนก่อนที่จะศึกษาทุกครั้ง เพื่อให้เวลาลงมือทำจะได้ไม่มีปัญหาหรืออุปสรรคเกิดขึ้นระหว่างการทำวิจัยแต่บางครั้งการทำวิจัยก็ไม่ได้เป็นไปตามที่เราคาดไว้ซะทุกอย่าง อาจมีปัญหาหรืออุปสรรคเกิดขึ้นบ้าง เพื่อทดสอบความสามารถของเรา บางครั้งอาจเกินกำลังความรู้ความสามารถของนักเรียนที่จะแก้ปัญหาบางอย่างได้ เราจึงต้องมีอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อคอยให้คำแนะนำในระหว่างที่เรากำลังทำงานวิจัยชิ้นนั้นอยู่ เพื่อให้การเข้าพบอาจารย์ที่ปรึกษาของน้องๆแต่ละครั้งได้ประโยชน์สูงสุด เราจึงมีเคล็ดลับไว้ใช้เวลามีนัดคุยงานกับอาจารย์ที่ปรึกษามาฝากดังนี้ค่ะ. ก่อนเข้าพบอาจารย์ที่ปรึกษา.ควรวางแผนก่อนว่าเรามีคำถามอะไรบ้างที่อยากจะถามอาจารย์ เขียนออกมาเป็นข้อๆ จากนั้นให้ลำดับความสำคัญของคำถามเหล่านั้น โดยเริ่มจากคำถามสำคัญเร่งด่วนที่เราต้องการขอคำปรึกษาจากอาจารย์ก่อน เพราะถ้าเผื่ออาจารย์มีงานด่วนกระทันหันที่ทำให้ไม่สามารถคุยกับเราได้นาน อย่างน้อยเราก็จะได้รับคำแนะนำในคำถามสำคัญที่เร่งด่วนก่อน แล้วถ้ามีเวลาเหลือจึงค่อยถามคำถามอื่นต่อได้นอกจากนี้หากเรามีคำถามที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลบางอย่าง เช่น ทำการทดลองแล้วอยากให้อาจารย์ช่วยดูผลเพื่อขอคำปรึกษาเพิ่มเติม แนะนำว่าให้เราทำตารางหรือกราฟสรุปผลนั้นออกมาใส่ลงสไลด์แล้วส่งอีเมลให้อาจารย์ล่วงหน้าก่อนก็ดีค่ะ การส่งเรื่องหรือผลที่เราต้องการขอคำปรึกษาให้อาจารย์ดูล่วงหน้า จะช่วยให้อาจารย์มีเวลาเตรียมคำแนะนำ/คำอธิบาย หรือเอกสารที่จะให้ลูกศิษย์ไปอ่านเพิ่มเติมเพื่อช่วยให้เราทำความเข้าใจดีขึ้นได้. ระหว่างเข้าพบกับอาจารย์ที่ปรึกษา.ในวันที่มีนัดพบอาจารย์ที่ปรึกษาให้เราเตรียมของให้พร้อม ทั้งเอกสาร/ไฟล์ต่างๆที่จะเอามาให้อาจารย์ดู และที่สำคัญอย่าลืมเอาสมุดจดบันทึกกับปากกาไปด้วยทุกครั้ง เพื่อเอาไว้จดประเด็นสำคัญหรือสิ่งที่ต้องทำต่อในระหว่างที่พูดคุยกับอาจารย์อยู่ แนะนำว่าเวลาทำวิจัยให้เรามีสมุดแลปไว้เล่มนึงเพื่อจดบันทึกรายละเอียดกิจกรรมต่างๆที่เราทำเกี่ยวกับงานวิจัยของเราไว้ รวมถึงเอาไว้จดบันทึกเวลาที่เรามีประชุมกับอาจารย์ด้วยก็ได้ในการเริ่มบทสนทนากับอาจารย์ ถ้าอาจารย์ไม่ติดธุระอะไรที่ต้องรีบ แนะนำว่าให้เริ่มด้วยการกล่าวทบทวนก่อนว่าจากการประชุมครั้งที่แล้วเราสรุปว่าจะทำอะไรบ้าง จากนั้นจึงค่อยรายงานผลความคืบหน้าว่าเราทำอะไรลงไปแล้วบ้าง แล้วจึงค่อยพูดถึงปัญหาหรือคำถามที่เราอยากจะขอคำปรึกษาจากอาจารย์ถ้าในระหว่างที่ปรึกษาหารือกันอยู่แล้วมีตรงไหนที่อาจารย์อธิบายแล้วเรายังไม่เข้าใจ ให้เรากล้าที่จะถามอาจารย์ซ้ำเพื่อขอให้อาจารย์อธิบายเพิ่มเติมจนแน่ใจว่าเราเข้าใจจริงๆ อย่าอายที่จะถามถ้าเรายังไม่เข้าใจ เพราะอาจส่งผลให้เราทำงานต่อไปแบบผิดๆแล้วสุดท้ายต้องมาเสียเวลาแก้ไขใหม่ทีหลังก่อนจบบทสนททนากับอาจารย์ อย่าลืมสรุปกับอาจารย์อีกทีว่าเราควรทำอะไรต่อไปบ้าง เพื่อทบทวนความเข้าใจของเราว่าถูกต้องตรงกับที่อาจารย์แนะนำมาหรือไม่. หลังเข้าพบอาจารย์ที่ปรึกษา.หลังจากเข้าพบอาจารย์เสร็จ ก่อนที่เราจะลืมว่าอาจารย์บอกอะไรเราบ้าง แนะนำว่าให้เราหาเวลาหลังจากเข้าพบอาจารย์แค่ไม่เกินห้านาทีเพื่อทบทวนและเรียบเรียงสรุปสาระสำคัญที่ได้จากการพูดคุยกับอาจารย์ทุกครั้งแล้วบันทึกเก็บไว้ เพราะบางครั้งในระหว่างที่คุยกับอาจารย์ เราอาจลืมจดใจความบางอย่างที่สำคัญไปบ้าง ดังนั้นหลังเข้าพบอาจารย์เสร็จจึงควรหาเวลาเพื่อทบทวนและจดบันทึกเพิ่มเติมในส่วนที่เราอาจขาดตกไปว่าเราได้อะไรจากการประชุมครั้งนี้บ้าง และมีสิ่งใดที่เราต้องทำเพิ่มเติมอีกบ้างข้อดีอีกอย่างของการจดบันทึกสรุปนี้ คือเป็นหลักฐานที่เราสามารถเอาไว้ใช้ยืนยันกับอาจารย์ว่าเราตกลงกันว่าจะทำอะไรต่อจากการประชุมครั้งก่อนได้ เพราะอาจารย์เองก็เป็นคนธรรมดาที่อาจมีลืมบ้าง เราในฐานะลูกศิษย์เมื่อมาขอคำปรึกษาจากอาจารย์ ถ้าเราคอยจดบันทึกสาระสำคัญจากการประชุมเอาไว้ทุกครั้ง ก็ถือว่าเป็นการช่วยกันทำงานเพื่อให้งานวิจัยดำเนินไปอย่างราบรื่นได้ […]
การเขียนบทคัดน่อ

ย่อหน้าที่ 1 ระบุถึงวัตถุประสงค์ของการวิจัย (Objectives)ย่อหน้าที่ 2 อธิบายถึงวิธีการวิจัย (Research Method) ซึ่งควรครอบคลุมแบบแผนการวิจัยย่อหน้าที่ 3 ระบุผล การวิจัย (Findings) ที่ครอบคลุมตามวัตถุประสงค์การวิจัยและมีรายละเอียดในส่วนที่เป็นข้อค้นพบที่ส าคัญย่อหน้าที่ 4 สรุปข้อค้นพบจากการวิจัย และข้อเสนอแนะในการน าผลการวิจัยไปใช้[Conclusion and Recommendation (if any)]
เทคนิคการเขียนโครงร่างงานวิจัยให้ได้รับเงินสนับสนุน”

หาให้เจอ หาแหล่งทุนสนับสนุนงานวิจัยมีทั้งงบประมาณรายได้มหาวิทยาลัย และ งบประมาณแผ่นดิน ได้แก่ วช. สกอ. สกว. และหน่วยงานอื่น ๆ หรือการสืบค้น จากเครือข่ายทางอินเทอร์เน็ต ที่สะดวกคือ BIODATA เป็นฐานข้อมูลนักวิชาการ ประเทศไทย ซึ่งต้องสมัครเป็นสมาชิกก่อนแต่จะมีประโยชน์เป็นอย่างมาก ทำให้รู้ แหล่งทุนทั้งในและภายนอกประเทศครบถ้วน จะได้รู้ช่วงเวลาการขอทุนและ เงื่อนไขของแหล่งทุนนั้น ๆ จะได้มีเวลาเพียงพอในการเตรียมการต่อไป หาความสนใจและความถนัดในงานวิจัยด้านใด มีบุคคลหรือหน่วยงาน ที่สามารถสนับสนุนในการด าเนินการวิจัยเรื่องนั้นๆ ได้หรือไม่ ข้อสำคัญงานวิจัย นั้นต้องมีประโยชน์ต่อส่วนรวม พัฒนาองค์ความรู้ใหม่ มีคุณค่าต่อการพัฒนาใน อนาคต เลือกให้โดน เลือกแหล่งทุนสนับสนุนงานวิจัยให้เหมาะสมกับงานวิจัย เพราะบาง แหล่งทุนมีการกำหนดขอบเขตและรายละเอียดของภารกิจให้ผู้วิจัยอยู่ก่อนแล้ว หรือที่เรียกว่า TOR (Team of Reference) หรือเลือกหัวข้อวิจัยจากปัญหาจริง ๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชนหรือท้องถิ่น ค้นให้เป็น ค้นคว้าและศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย จะได้ตีโจทย์วิจัยให้ แตกว่าสำคัญเร่งด่วนคือเรื่องอะไร สามารถสืบค้นตัวอย่างงานวิจัยจากฐานข้อมูล ในประเทศอย่าง Thai Digital Collection (TDC) […]
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาการวิจัย

1.ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาการวิจัยความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาเป็นหัวข้อแรกของบทนำ มีจุดประสงค์เพื่อบอกถึงปัญหาการวิจัยครั้งนี้ คือ อะไร1.1 รูปแบบการเขียน ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาการวิจัยเขียนให้ประกอบด้วย(ก)แนวคิดเชิงทฤษฎี(ข)สภาพปัจจุบัน(ค) ปัญหาที่เกิดขึ้นและ(ง)ความสำคัญของปัญหานั้นตัวอย่างเช่นภาษาเป็นเครื่องมือในการศึกษาหาความรู้ แต่ในปัจจุบันนักเรียนยังอ่านหนังสือไม่ออก ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะศึกษาว่า นักเรียนมีความสามารถทางการอ่านในระดับใด เพื่อจะได้ใช้เป็นแนวทางในการแก้ไข การวิจัยครั้งนี้จะทำให้ทราบระดับความสามารถในการอ่านของนักเรียนและจะเป็นแนวทางในการพัฒนาความสามารถในการอ่านของนักเรียนในโรงเรียนต่อไปจากตัวอย่างข้างบน สามารถวิเคราะห์ตามรูปแบบได้ดังนี้ความเป็นมาและความสำคัญ ตัวอย่างหลักการหรือแนวคิด ภาษาเป็นเครื่องมือในการศึกษาหาความรู้สภาพปัจจุบัน ปัจจุบันนักเรียนยังอ่านหนังสือไม่ออกปัญหาที่เกิดขึ้น นักเรียนมีความสามารถทางการอ่านในระดับใดความสำคัญของปัญหา ทราบระดับความสามารถในการอ่านของนักเรียนเป็นแนวทางในการพัฒนาความสามารถในการอ่าน (ก) เขียนจากแนวกว้างไปสู่แคบจนถึงปัญหาการวิจัย(ข) ระบุปัญหาการวิจัยในรูปคำถามหรือประโยคบอกเล่าก็ได้(ค) เขียนให้มีการอ้างอิงข้อมูลจากการศึกษาค้นคว้า(ง) เขียนให้เห็นความสำคัญเชิงประโยชน์หรือเชิงโทษที่จะได้รับ(จ) เขียนความยาวประมาณ 3-5 กระดาษ
ลักษณะของสมมติฐานวิจัยที่ดี

ลักษณะของสมมติฐานวิจัยที่ดีการเขียนสมมติฐานนั้น ผู้วิจัยต้องมีอุปกรณ์ของความคิดและข้อเท็จจริงต่างๆ มากพอเพื่อที่ให้ สมมติฐานแต่ละข้อมีอำนาจในการพยากรณ์สูง ฉะนั้น การเขียนสมมติฐานจะต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ จินตนาการ การอ่านอย่างกว้างขวาง ตลอดจนมีการทดลองวิจัย (Pilot Study) แล้วน าข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์ และใช้หลักตรรกศาสตร์สังเคราะห์ขึ้นเป็นสมมติฐาน สมมติฐานที่ดีจึงควรมีลักษณะดังนี้ สมมติฐานที่ดีต้องอธิบาย หรือตอบคำถามได้หมด และอยู่ในรูปแบบที่สามารถสรุปได้ว่าจะ สนับสนุนหรือคัดค้านได้ สมมติฐานที่ดีจะต้องสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงที่รู้กันอยู่ทั่วไป ใช้เทคนิคที่สามารถวัดได้ และเป็นเทคนิคที่มีอยู่แพร่หลาย ใช้กันในวงกว้าง ภาษาที่ใช้ในการเขียนต้องเข้าใจง่าย ทั้งในแง่ภาษา เหตุผล และวิธีการที่จะตรวจสอบ สมมติฐานที่ดีต้องสามารถทดสอบได้ด้วยข้อมูล หรือหลักฐาน สมมติฐานที่ดีต้องสมเหตุสมผลตามทฤษฎี และความรู้พื้นฐาน และจ ากัดขอบเขตของการ ตรวจสอบได้ สมมติฐานหนึ่งข้อ จึงควรใช้คำถามเพียงหนึ่งข้อเท่านั้น สมมติฐานที่ดีต้องสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายการวิจัย สมมติฐานที่ดีต้องมีอำนาจการพยากรณ์สูง นั่นคือ สมมติฐานนั้นควรน าไปใช้อธิบายสภาพการณ์ที่ คล้ายๆ กันได้ อ้างอิง รศ.พ.ต.อ.หญิง ดร.พัชรา สินลอยมา* • อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ สาขานิติวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ที่มา : ajarnpat.com/data/document_study02.doc
การเขียนวัตถุประสงค์ของการวิจัย

การเขียนวัตถุประสงค์ของการวิจัยแนวคิด หลักการหรือทฤษฎีการกำหนดวัตถุประสงค์หรือจุดมุ่งหมายของการวิจัย เป็นขั้นตอนที่สำคัญอีกขั้นตอนหนึ่งของการวิจัย ถ้ากำหนดวัตถุประสงค์ไม่ชัดเจนจะทำให้ผลการวิจัยที่ได้ไม่สอดคล้องกับความต้องการของปัญหาที่จะศึกษา ในบางครั้งถ้าพิจารณาชื่อเรื่องอย่างเดียวไม่สามารถตอบข้อคำถามได้ครบตามต้องการจึงจำเป็นจะต้องกำหนดวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ทำการวิจัยสามารถบอกรายละเอียดได้ว่า จะต้องศึกษา อะไรบ้าง เพื่อเป็นแนวทางในการวิเคราะห์ข้อมูล และการเสนอผลการวิจัยได้อย่างชัดเจน การกำหนดวัตถุประสงค์ ควรกำหนดเป็นข้อ ๆ เพื่อความสะดวกและมีความชัดเจนในการวิเคราะห์และตอบคำถามของแต่ละข้อ สำหรับการตั้งวัตถุประสงค์ของการวิจัยส่วนใหญ่ ควรขึ้นต้นด้วยคำว่า “เพื่อ” และตามด้วยข้อความที่จะแสดงการกระทำในการวิจัย ซึ่งมักจะเป็นคำต่อไปนี้ เช่น ศึกษา สำรวจ เปรียบเทียบ หาความสัมพันธ์ หาผลกระทบ เป็นต้นการเขียนวัตถุประสงค์การวิจัย ต้องเป็นสิ่งที่ปฏิบัติจริง วัดได้ประเมินได้ ซึ่งก็คือผลที่เกิดขึ้นจากการวิจัยนั่นเอง ซึ่งอาจจะเป็นผลที่ เป็น Output (งานวิจัยบางเรื่องก็อาจเป็นผลที่เป็น Process หรือ Outcome ได้ ถ้างานวิจัยเรื่องนั้นต้องการที่จะศึกษา) สามารถกำหนดรูปแบบการวิจัยได้ ตั้งสมมุติฐานได้5. ภาษาที่ใช้กระทัดรัด ชัดเจน นิยมเขียนเป็นข้อๆ (ถ้ามีหลายประเด็น) และใช้คำนามนำหน้าตัวอย่างหัวข้อวิจัย : การสร้างแบบฝึกทักษะการอ่านคำที่ใช้อักษร ร ล ว ควบกล้ำ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6วัตถุประสงค์1. เพื่อสร้างแบบฝึกทักษะการอ่านคำที่ใช้อักษร ร […]
หลักการเขียนบทคัดย่อ (Abstract)

Abstract หมายถึง ข้อความที่สามารถบอก ส่วนประกอบพื้นฐานของงานได้อย่างถูกต้องและ รวดเร็ว ทำให้ผู้อ่านทราบความน่าสนใจของงานเพื่อ ตัดสินใจให้อ่านงานหลัก (Paper)การเตรียมตัวก่อนเขียนบทคัดย่อ ก่อนการเขียนบทคัดย่อควรศึกษา เรียนรู้ และทำความเข้าใจกับงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ของ ตนเองเพื่อหาประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจ และดึงดูดให้ ผู้อ่านทั่วไปอยากอ่านรายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ หลักการเขียนบทคัดย่อที่ดี1.ควรคัดเฉพาะส่วนสำคัญ เป็นประเด็นที่ น่าสนใจ เน้นถ่ายทอดจุดเด่นของการศึกษา โดยงานวิจัยมีความชัดเจน สั้น กระทัดรัด จำนวนคำต้องอยู่ระหว่าง 200–250 คำ หรือประมาณ 1–1.5 หน้ากระดาษ A43 ไม่มีการตีความหรือวิพากษ์ วิจารณ์โดยใช้ ความคิดของตนเอง4 ไม่ควรเขียนประโยคที่เข้าใจยาก และไม่ใช้ คำศัพท์เฉพาะท้องถิ่น5 ไม่ใช้ตัวย่อหรือสัญลักษณ์โดยไม่จำเป็น เพราะอาจสร้างความไม่เข้าใจให้กับผู้อ่านได้6.ไม่มีการอ้างอิงตัวเลข แผนภาพ ตาราง โครงสร้าง สูตรสถิติ หรือสมการใน บทคัดย่อ นอกจากจำเป็นต้องแสดงผลการ วิเคราะห์7.ในการเขียนบทคัดย่ออาจมีหลายย่อหน้าได้ เพื่อเพิ่มความเข้าใจให้ผู้อ่านในแต่ละตอน หลีกเลี่ยงการอ้างอิงงานวิจัยงานของผู้อื่นใน บทคัดย่อ ทำตามขั้นตอนตามโครงสร้างการเขียน บทคัดย่อ โดยต้องระมัดระวังให้มาก รวมถึงลักษณะแบบตัวอักษร ขนาด ตัวอักษร การก […]