ป เอก หรือคำนำหน้าว่า ดร. คือความฝันและเป้าหมายที่สำคัญของหลายๆ

researcherthailand

ป เอก หรือคำนำหน้าว่า ดร. คือความฝันและเป้าหมายที่สำคัญของหลายๆ คน มีนิสิตทุ่มเทแรงกายและแรงใจเพื่อให้บรรลุความฝันนั้นมากมาย หลายคนประสบความสำเร็จด้วยความราบรื่น และมีอีกหลายคนที่กว่าจะประสบความสำเร็จก็เสียหยาดเหงื่อและนำ้ตาไม่น้อย ปัจจัยใดบ้างที่ช่วยให้เราบรรลุความสำเร็จนั้น 1) ตั้งใจและมุ่งมั่นอย่างสม่ำเสมอ…หลายคนจะฮึกเฮิมเฉพาะบางช่วงเวลาที่สำคัญ พอผ่านพ้นเวลาสำคัญนั้นไป ก็เริ่มแผ่วและห่างหายไปอีก เริ่มต้นด้วยการทุ่มเทเรียนรายวิชาบังคับจนผ่าน ต่อด้วยความเครียดเพื่อเตรียมตัวสอบวัดคุณสมบัติ ป เอก พอสอบผ่าน ก็เหมือนยกภูเขาออกจากอก ขอเวลาพักผ่อน หายใจ หายเครียด บางคนหายไปเป็นเทอม ลืมไปว่าต้องสอบหัวข้อวิทยานิพนธ์ พอจะสอบหัวข้อวิทยานิพนธ์ก็มาอดหลับอดนอน นั่งเทียนเขียนบ้าง จินตนาการบ้าง อาจหาข้อมูลไม่ดี ไม่ครบทวน หรือเลือกหัวข้อวิทยานิพนธ์ที่แคบเกินไป แต่ก็ทำเพื่อให้ผ่านพ้นการสอบหัวข้อไป หากใครได้คณะกรรมการสายโหด สายแข็ง และเข้าใจในงานที่ประเมิน ก็จะได้รับคำแนะนำที่มีประโยชน์ต่อไปในอนาคต แต่ถ้าใครได้คณะกรรมการที่อาจไม่เข้าใจในเนื้องานและปล่อยผ่านไปได้อย่างง่ายดาย ก็อาจมีปัญหาในอนาคตได้เช่นกัน พอสอบหัวข้อวิทยานิพนธ์เสร็จ ก็พักเหนื่อยอีกรอบ หายไปอีกเป็นปี หรือหลายปี จะรู้ตัวอีกที ก็เทอมสุดท้าย พอเริ่มกลับมาทำวิทยานิพนธ์ อ้าว..หัวข้อเรื่องมันเก่าไปแล้ว มีคนทำไปหมดแล้ว ไม่เหลือประเด็นไหนให้ทำวิจัยเลย แล้วจะตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติได้อย่างไร ลำบากแล้วสิ อาจต้องมานั่งรื้อหัวข้อวิทยานิพนธ์ใหม่ ศึกษา ทำการทดลอง เก็บข้อมูลใหม่อีกรอบ 2) […]

งานวิจารณ์ งานวิจัยเรื่อง “ ประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มของประเทศไทย ”

researcherthailand

งานวิจารณ์ งานวิจัยเรื่อง “ ประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มของประเทศไทย ” ชื่อเรื่องงานวิจัย สะท้อนเรื่องที่วิจัยหรือไม่ กระชับหรือไม่ มีการระบุตัวแปรที่สำคัญหรือไม่ มีการระบุประชากรที่ศึกษาหรือไม่ มีการระบุสถานที่ศึกษาหรือไม่ สะท้อนแนวทางวิธีการศึกษาและวิเคราะห์หรือไม่ชื่องานวิจัยเรื่องนี้ข้าพเจ้าคิดว่า ยังไม่ค่อยดีเท่าที่ควร คือไม่มีความกะทัดรัด ชัดเจน เพราะชื่อเรื่องมีความยาวเกินไป หากเปลี่ยนไปใช้ “ การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศไทย” น่าจะมีความกระชับและสื่อความหมายได้ครอบคลุมกว่าการระบุคำว่าประสิทธิภาพ เนื่องด้วยคำว่า ประสิทธิภาพ ที่ผู้เขียนกล่าวถึงนั้น ประสิทธิภาพหมายถึง2.บทคัดย่อ Abstract มีการกล่าวถึงความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา วัตถุประสงค์ ระเบียบวิธี ผลการวิจัย และให้ข้อเสนอแนะหรือไม่ มีจำนวนคำและความยาวที่เหมาะสมหรือไม่ กระชับและชัดเจนหรือไม่ สะท้อนเรื่องที่ศึกษาหรือไม่บทคัดย่อนี้ข้าพเจ้าคิดว่า มีการกล่าวถึงวัตถุประสงค์ที่ต้องการศึกษา บอกถึงแหล่งที่มาของข้อมูลที่ศึกษาว่าเป็นขั้นทุติยภูมิ3.ปัญหาการวิจัย Research Problem ปัญหาการวิจัยมีเขียนไว้อย่างชัดเจนหรือไม่ มีการกล่าวถึงในส่วนเริ่มต้นของรายงานวิจัยหรือไม่ มีการเขียนแบบข้อคำถาม หรือเป็นประโยคบอกเล่า มีข้อสนับสนุนความเป็นมาความสำคัญหรือความรุ่นแรงของปัญหาหรือไม่ มีการกล่าวถึงงานวิจัยอื่นที่เกี่ยวข้องหรือไม่ และมีการชี้ให้เห็นไม่ว่างานวิจัยนี้ เหมือนหรือต่างจากเรื่องอื่นอย่างไร หรืองานงานวิจัยนี้จะเติมช่องว่างของความรู้ได้อย่างไร มีการระบุตัวแปรหรือความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรที่จะศึกษาหรือไม่ มีการระบุธรรมชาติของประชากรที่ศึกษาหรือไม่ มีการมองปัญหาภายใต้บริบทของกรอบแนวคิดทฤษฏีที่เหมาะสมหรือไม่ ผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการศึกษาปัญหานี้มีความสำคัญอย่างไรต่อการปฏิบัติการพยาบาล การสร้างองค์ความรู้หรือประเด็นอื่น4.วัตถุประสงค์การวิจัย Purpose,Objective,Aim มีความเหมาะสมกับเรื่องที่วิจัยหรือไม่ เขียนชัดเจนหรือไม่ว่าผู้วิจัยมีแผนจะทำอะไร จะเก็บข้อมูลจากใคร […]

ลักษณะ 5 ประการของบทความวิจัยที่จะได้ตีพิมพ์

researcherthailand

ลักษณะ 5 ประการของบทความวิจัยที่จะได้ตีพิมพ์1 ความเป็นเอกภาพ : กระทัดรัด (จับตรงประเด็น ไม่มากเกินควร ในหนึ่งบทความวิจัย)2 ความถูกต้องทุกขั้นตอน : ข้อค้นพบตรงกับโจทย์วิจัย ทบทวน วรรณกรรมเกี่ยวข้องได้ตรงและครบถ้วน มีกรอบทฤษฎีและสมมติฐานชัดเจนมีระเบียบวิธีการวิจัยที่ถูกต้องเหมาะสม มีความเข้าใจข้อโต้แย้งอื่น ๆ ได้รอบด้าน3 มีข้อมูลใหม่หรือข้อมูลหายากที่น่าสนใจ 4 ความทันสมัย : ประเด็นใหม่ ปัญหาใหม่5 ระเบียบวิธีใหม่ : วิธีการใหม่ หรือที่ไม่ค่อยได้ทำในประเด็นเดิม

รวม 26 เว็บไซต์ค้นหางานวิจัยระดับนานาชาติ

researcherthailand

รวม 26 เว็บไซต์ค้นหางานวิจัยระดับนานาชาติ ที่เป็นประโยชน์สำหรับคุณ ProQuestแหล่งค้นหางานวิจัยที่ทุกๆ ปีจะมีวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอก และวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโทเพิ่มขึ้นประมาณ 70,000 ชื่อเรื่อง สำหรับการสืบค้นสามารถได้ 3 แบบ คือ Basic Search, Advanced Search และ Browse ERICฐานข้อมูล ERIC – Educational Resources Information Center เป็นฐานข้อมูลด้านการศึกษา รวบรวมข้อมูลจากทั้งหนังสือ วารสาร รายงานการประชุม งานวิจัย วิทยานิพนธ์ ฯลฯ ข้อมูลที่สืบค้นได้จากฐานข้อมูลนี้จะได้เพียงบรรณานุกรม และสาระสังเขปเท่านั้น ส่วนเรื่องเต็มหากต้องการสามารถสั่งซื้อผ่านบริการของ ERIC ได้ ซึ่งจะมีทางเลือกในการรับข้อมูลหลายรูปแบบในราคาที่แตกต่างกัน ScienceDirectScienceDirect เป็นฐานข้อมูลบรรณานุกรม และเอกสารฉบับเต็ม (Full-text) จากวารสารของสำนักพิมพ์ในเครือ Elsevier สำนักพิมพ์ Academic Press และสำนักพิมพ์อื่นๆ อีก 10 สำนักพิมพ์ ประกอบด้วย วารสารด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี […]

บริการสืบค้นข้อมูลสำหรับงานวิจัย

researcherthailand

บริการสืบค้นข้อมูลสำหรับงานวิจัย ท่านจะได้รับข้อมูลจากผู้มีความรู้และประสบการณ์วิจัยโดยตรง พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการคัดเลือกใช้แนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัยที่เหมาะสมสำหรับงานวิจัย จะทำให้ท่านได้รับข้อมูลที่มีคุณภาพ ถูกต้อง เชื่อถือได้ เพื่อให้งานวิจัยของท่านมีคุณภาพ นับได้ว่าการการสืบค้นข้อมูลนั้น มีความสำคัญและจำเป็นอย่างมาก สำหรับการทำงานวิจัย ไม่ว่าจะเป็นวิจัยประเภทใดก็ตาม ดังนั้นเรื่องของการเริ่มต้นในการทำงานวิจัยที่ดีนั้น จะต้องเริ่มที่การหาข้อมูลมาประกอบให้ดีมากที่สุดด้วย ข้อมูลนั้นจะต้องกว้าง เพียงพอ และตรงประเด็น อีกทั้งจะต้องเชื่อถือได้อีกด้วย ดังนั้นการสืบค้นข้อมูล จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่อง งานวิจัยที่ตนเองสนใจอยู่ เพื่อนำมาใช้ในการที่จะเขียนรายงานออกมาเพื่อให้เข้าใจมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัยทางด้านการศึกษา หรือว่างานวิจัยทางด้านธุรกิจ การตลาด นั้น จะต้องมีการเขียนรายงานออกมาให้ดีก่อน ทั้งเรื่องของ บทนำ เอกสารที่เกี่ยวข้อง งานวิจัยเพื่อศึกษา เพื่อเป็นแนวทางในการที่จะทำต้องใช้ในการทำวิจัย ทั้งนั้น แหล่งสืบค้นข้อมูลในปัจจุบันมีมากมาย แหล่งสืบค้น มีมากมายหลากหลายแหล่ง ทั้งห้องสมุด หรือว่าการท่อง google เพื่อเข้าไปหาข้อมูล ซึ่งในปัจจุบัน นั้นนับได้ว่า เป็นแหล่งข้อมูลอีกชนิดหนึ่ง ที่ได้รับความสนใจ และได้รับความนิยมมากที่สุด วิธีการนั้นก็สืบค้นรวดเร็วและมีความสะดวก ตัวอย่างแหล่งในการสืบค้นข้อมูลสำหรับงานวิจัย เช่น TDC : Thai Digital Collection :ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้บริการสืบค้นฐานข้อมูลเอกสารฉบับเต็ม ซึ่งเป็นเอกสารฉบับเต็มของวิทยานิพนธ์ […]

นักวิจัยหลายท่านมีปัญหาในการสืบค้นข้อมูลงานวิจัยเพื่อที่จะค้นหางานวิจัยที่เกี่ยวข้องมาประยุกต์ใช้กับการศึกษาวิจัยของตนเอง

researcherthailand

นักวิจัยหลายท่านมีปัญหาในการสืบค้นข้อมูลงานวิจัยเพื่อที่จะค้นหางานวิจัยที่เกี่ยวข้องมาประยุกต์ใช้กับการศึกษาวิจัยของตนเอง ซึ่งในบทความนี้ มีเทคนิคในการสืบค้นงานวิจัยที่เกี่ยวข้องว่าต้องทำแบบไหน อย่างไร เพื่อที่จะสำเร็จได้ง่ายและสามารถนำงานวิจัยที่เกี่ยวข้องดังกล่าวนั้นมาประยุกต์ใช้กับงานวิจัยของท่านได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ต้องสืบค้นจากตัวแปรที่ทำการศึกษาวิจัยการสืบค้นจากตัวแปรที่ทำการศึกษาวิจัยจะทำให้ท่านทราบว่าตัวแปรดังกล่าวนี้มีอยู่ในงานวิจัยที่เกี่ยวข้องชิ้นใดบ้าง เนื่องจากการกำหนดตัวแปรที่จะใช้ในการวิจัยนั้นมีอยู่ในกรอบแนวคิดการวิจัยอย่างชัดเจนอยู่แล้ว อาจารย์ที่ปรึกษา ปัญหาอาจารย์ที่ปรึกวิจัยปัญหางานวิจัยข้อผิดพลาดในการทำวิจัยกำหนดปัญหางานวิจัยการเลือกหัวข้องานวิจัยบริการรับทำวิจัยรับทำวิจัยการทำงานวิจัยงานวิจัยข้อมูลงานวิจัยจ้างทำวิจัย 5 บทรับทำวิทยานิพนธ์รับทำวิทยานิพนธ์ ราคาบริการรับทำวิจัย.com_การทำ Thesis (ธีสิส) การทำธีสิสการทำทีสิสการสืบค้นข้อมูลงานวิจัยงานวิจัยที่เกี่ยวข้องท่านเพียงแต่นำข้อมูลตัวแปรที่กำหนดไว้ในกรอบแนวคิดของการวิจัยของท่านมาสืบค้นทีละตัวแปรเพื่อที่จะให้ได้งานวิจัยแต่ละชิ้นงานที่สอดคล้องกันจนครบทุกตัวแปร เพื่อที่จะหางานวิจัยที่เกี่ยวข้องมาสนับสนุนการศึกษาวิจัยตัวแปรดังกล่าวได้อย่างเพียงพอ คำต้องกระชับและชัดเจนหลายครั้งที่มีการกำหนดชื่อตัวแปรที่ค่อนข้างยาวจึงทำให้เป็นปัญหาต่อการสืบค้นข้อมูลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการจะสืบค้นงานวิจัยที่เกี่ยวข้องท่านต้องคิดถึงประเด็นหลักหรือ Keyword ของตัวแปรดังกล่าว อาจารย์ที่ปรึกษา ปัญหาอาจารย์ที่ปรึกวิจัยปัญหางานวิจัยข้อผิดพลาดในการทำวิจัยกำหนดปัญหางานวิจัยการเลือกหัวข้องานวิจัยบริการรับทำวิจัยรับทำวิจัยการทำงานวิจัยงานวิจัยข้อมูลงานวิจัยจ้างทำวิจัย 5 บทรับทำวิทยานิพนธ์รับทำวิทยานิพนธ์ ราคาบริการรับทำวิจัย.com_การทำ Thesis (ธีสิส) การทำธีสิสการทำทีสิสการสืบค้นข้อมูลงานวิจัยงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเช่น “ความต้องการต่อการพัฒนา” สามารถสรุปได้สั้นๆ ก็คือ “ความต้องการพัฒนา” ฉะนั้นท่านต้องแยกเป็น 2 ตัวแปร หรือ 2 คำที่มีความสอดคล้องสัมพันธ์กัน เพื่อที่จะนำไปใช้ในการสืบค้นข้อมูลงานวิจัยต่างๆ ซึ่งผลลัพธ์จะปรากฏตาม Keyword (คำหลัก) ที่ท่านกำหนดในการสืบค้น ท่านต้องตีความให้ชัดเจนว่าตัวแปรที่ชื่อยาวนี้มี Keyword หลักคืออะไร อย่างตัวอย่างที่ยกไปข้างต้นคือ “ความต้องการต่อการพัฒนา”– Keyword หลัก คือ “ความต้องการ”– Keyword รอง คือ […]

หลักการเขียนโครงการวิจัย

researcherthailand

หลักการเขียนโครงการวิจัย โครงการวิจัยและพัฒนาโดยทั่วไปนั้นจะประกอบด้วยหัวข้อการวิจัยที่จะต้องเขียนเสนอดังต่อไปนี้ (ทิศนาแขมมณี, 2527) ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาในหัวข้อนี้เป็นการอธิบายถึงความเป็นมาและสาเหตุของปัญหาหรือความต้องการในการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนว่าเป็นอย่างไรและความจำเป็นที่ผู้วิจัยจะต้องหาแนวทางในการแก้ปัญหาหรือทาวิจัยและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหากไม่สามารถแก้ปัญหาได้การเขียนควรนาเสนอปัญหาอย่างกระชับและตรงประเด็นโดยแสดงให้เห็นสภาพที่เป็นอยู่และสภาพที่คาดหวังให้เป็นการเขียนควรมีการอ้างอิงข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ วัตถุประสงค์การวิจัยการเขียนวัตถุประสงค์ของการวิจัยและพัฒนาให้เขียนเป็นข้อๆโดยมีหลักการเขียนดังนี้ 1) วัตถุประสงค์การวิจัยต้องแสดงให้เห็นว่าผู้วิจัยมุ่งพัฒนาหรือศึกษาอะไรซึ่งเป็นผลจากการดาเนินการไม่ใช่กระบวนการดาเนินการเช่น “เพื่อพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์” แทนที่จะเขียนว่า“เพื่อหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน” เป็นต้น 2) วัตถุประสงค์การวิจัยต้องสอดคล้องกับรูปแบบการวิจัยเช่นเขียนวัตถุประสงค์การวิจัยว่า “เพื่อเปรียบเทียบผลการเรียนรู้ของผู้เรียนที่เรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน” แต่ในแบบแผนการวิจัยเป็นเพียงการวัดผลผู้เรียนในด้านต่างๆหลังเรียนเท่านั้นซึ่งในลักษณะนี้ควรเขียนว่า“ศึกษาผลการเรียนรู้ของผู้เรียน …” เท่านั้น สมมติฐานการวิจัยเป็นการคาดเดาคาตอบล่วงหน้าที่เป็นไปตามเกณฑ์ของการพัฒนาที่เป็นที่ยอมรับในทางวิชาการซึ่งผู้วิจัยต้องอาศัยการศึกษาแนวคิดทฤษฎีจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเช่นในการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้นั้นยึดหลักการเรียนแบบรอบรู้คือผู้เรียนต้องมีผลการเรียนรู้ทั้งด้านกระบวนการเรียนรู้และผลการเรียนรู้ทั้งสองด้านในระดับร้อยละ 80 ขึ้นไปดังนั้นจึงตั้งสมมติฐานของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่สร้างขึ้นให้มีประสิทธิภาพเป็นไปตามเกณฑ์ E1/E2 เท่ากับ80/80เป็นต้นหรือกำหนดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนต้องสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ0.05ตามหลักการของการใช้สถิติภาคอ้างอิงเป็นต้นและการกำหนดความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้อยู่ในระดับดีซึ่งหมายถึงระดับค่าเฉลี่ยตั้งแต่ร้อยละ 70 หรือระดับ B ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์สากลซึ่งเป็นที่ยอมรับเป็นต้น กรอบแนวคิดในการวิจัยหมายถึงพื้นฐานทางทฤษฎีและหลักการที่ผู้วิจัยยึดถือและนำมาใช้ในการกำหนดลักษณะสำคัญของตัวแปรต้นและตัวแปรตามซึ่งนามาใช้เป็นแนวทางสาหรับการออกแบบและพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอนและเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูลในการวิจัยกรอบแนวคิดในการวิจัยจะต้องสรุปให้เห็นแนวคิดหรือหลักการที่แฝงอยู่ในนวัตกรรมและลักษณะสำคัญของนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นนามาใช้เป็นตัวแปรจัดกระทาและการกำหนดลักษณะสำคัญที่สังเกตได้วัดได้ของตัวแปรตามเพื่อนามาใช้เป็นแนวทางในการสร้างเครื่องมือการวัดผลการนาเสนอกรอบแนวคิดในการ วิจัยผู้วิจัยจึงต้องสังเคราะห์จากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องจนได้ข้อสรุปที่เป็นแนวคิดและหลักการสำคัญที่ใช้ในการดาเนินการวิจัยหากสรุปและนาเสนอเป็นแผนภาพได้ก็จะมีความชัดเจนแต่ไม่ใช่ข้อกำหนดตายตัว ขอบเขตในการวิจัยสิ่งที่ควรกล่าวถึงได้แก่ 1) ประชากรและกลุ่มตัวอย่างโดยกล่าวถึงลักษณะของประชากรที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของการวิจัยว่าเป็นใครมีจานวนเท่าใดมีลักษณะเป็นอย่างไรการเลือกกลุ่มตัวอย่างเพื่อเป็นตัวแทนของประชากรนั้นมีวิธีการเลือกมาได้อย่างไรจานวนเท่าใด 2) ตัวแปรในการวิจัยได้แก่ตัวแปรต้นและตัวแปรตามตัวแปรต้นในที่นี้คือตัวแปรจัดกระทาการทดลองหรือการใช้นวัตกรรมและตัวแปรตามคือผลการเรียนรู้อันเป็นผลจากการจัดกระทาการทดลอง 3) เครื่องมือในการวิจัยหมายถึงเครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลได้แก่เครื่องมือประเมินประสิทธิภาพของนวัตกรรมและเครื่องมือที่ใช้ในการวัดประเมินผลตัวแปรตามในส่วนนี้ควรกล่าวถึงลักษณะและประเภทของเครื่องมือที่ใช้จานวนของเครื่องมือกระบวนการหรือวิธีการในการพัฒนาคุณภาพของเครื่องมือเช่นในกรณีที่เป็นแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคุณภาพของเครื่องมือได้แก่ความตรงความเที่ยงความยากง่ายและอำนาจจำแนกของเครื่องมือเป็นต้น วิธีดำเนินการวิจัยเนื่องจากเป็นการวิจัยและพัฒนาการเรียนการสอนดังนั้นในส่วนนี้ควรเขียนให้สอดคล้องกับกระบวนการของการออกแบบการเรียนการสอนโดยนาเสนอขั้นตอนการวิจัยและพัฒนาดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 การวิเคราะห์ผู้วิจัยควรนาเสนอขอบเขตของข้อมูลและสารสนเทศที่ต้องการวิเคราะห์เช่นการวิเคราะห์หลักสูตรการวิเคราะห์ความต้องการของผู้เรียนและการวิเคราะห์สภาพและความต้องการของชุมชนเป็นต้นการนาเสนอวิธีการในการวิเคราะห์และเครื่องมือที่ใช้ตลอดจนกำหนดผู้ให้ข้อมูลสำคัญหรือแหล่งข้อมูลในการวิเคราะห์ ขั้นตอนที่ 2 การออกแบบและพัฒนาเป็นขั้นที่ผู้วิจัยนาเสนอกระบวนการดาเนินการพัฒนาได้แก่การวิเคราะห์จุดประสงค์การเรียนรู้การกำหนดและออกแบบสาระการเรียนรู้การกำหนดขั้นตอนการสอนและกิจกรรมการเรียนการสอนการออกแบบและคัดเลือกสื่อการเรียนรู้การกำหนดวิธีการประเมินผลผู้เรียนเป็นต้นในองค์ประกอบการเรียนการสอนดังกล่าวมีวิธีดาเนินการให้ได้มาอย่างไรและมีกระบวนการที่จะตรวจสอบคุณภาพเบื้องต้นโดยผู้เชี่ยวชาญและผู้เรียนอย่างไร ขั้นตอนที่ 3 การประเมินเป็นขั้นของการทดลองใช้นวัตกรรมกับผู้เรียนที่ไม่ใช่กลุ่ม ตัวอย่างประชากรเพื่อทดสอบประสิทธิภาพของนวัตกรรมซึ่งเป็นการประเมินความก้าวหน้าเพื่อนาผลมาใช้ในการปรับปรุงแก้ไขนวัตกรรมก่อนนาไปใช้กับกลุ่มตัวอย่างประชากรเพื่อประเมินผลสรุปโดยการวัดผลการเรียนรู้หลังเรียนการวัดความพึงพอใจของผู้เรียนความคิดเห็นของผู้ใช้นวัตกรรมและการสังเกตการใช้นวัตกรรมเพื่อนาข้อมูลไปใช้ในการตัดสินใจว่านวัตกรรมที่ออกแบบนั้นมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้หรือไม่ในขั้นนี้ผู้วิจัยควรจะได้กล่าวถึงประเด็นที่สำคัญดังนี้ 1) การประเมินนวัตกรรมโดยผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกนั้นมีกระบวนการในการ ดาเนินการอย่างไรการคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญมีเกณฑ์ในการพิจารณาอย่างไรประเมินนวัตกรรมด้านใดใช้เกณฑ์ในการประเมินอย่างไรเป็นต้น 2) กระบวนการทดสอบประสิทธิภาพของนวัตกรรมโดยการทดสอบจากผู้เรียนนั้นทำอย่างไรเช่นการทดสอบแบบเดี่ยวแบบกลุ่มย่อยแบบกลุ่มใหญ่หรือภาคสนามทาอย่างไรใช้เกณฑ์ในการพิจารณาอย่างไร 3) แบบการวิจัยทดลองที่ใช้เป็นแผนงานในการทดลองและรวบรวมข้อมูลการวิจัย ในขั้นประเมินผลรวมนั้นเป็นแบบใด 4) […]

การเขียนรายงานการวิจัยแบบฉบับสมบูรณ์

researcherthailand

การเขียนรายงานการวิจัยแบบฉบับสมบูรณ์Posted on 25/05/2013by สน สุวรรณการเขียนรายงานการวิจัยแบบฉบับสมบูรณ์การเขียนรายงานการวิจัยแบบฉบับสมบูรณ์ เป็นการเขียนรายงานอย่างละเอียด โดยทั่วไปจะยึดตามหลักสากลว่าควรประกอบด้วยหัวข้ออะไรบ้าง แต่ถ้าเป็นวิทยานิพนธ์ หรืองานการค้นคว้าอิสระ ผู้วิจัยจะต้องยึดระเบียบการเขียนของสถาบันนั้น ๆ เพื่อให้การเขียนมีรูปแบบตามที่แต่ละสถาบันกำหนดไว้เป็นหลักตามหลักสากลส่วนประกอบของรายงานการวิจัยแบบฉบับสมบูรณ์ มักจะประกอบด้วยส่วนสำคัญ 3 ส่วน ดังนี้1. ส่วนนำ ประกอบด้วย1.1 ปกนอก1.2 ปกใน1.3 หน้าอนุมัติ1.4 คำนำ/กิตติกรรมประกาศ1.5 บทคัดย่อ1.6 สารบัญ สารบัญตาราง และสารบัญภาพประกอบ1.7 อักษรย่อและสัญลักษณ์2. ส่วนเนื้อความ2.1 บทที่ 1 บทนำ1) ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา2) วัตถุประสงค์/ความมุ่งหมายในการวิจัย3) ขอบเขตของการวิจัย4) ข้อตกลงเบื้องต้น (ถ้ามี)5) สมมติฐาน (ถ้ามี)6) นิยามศัพท์เฉพาะ7) ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัย2.2 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง2.3 บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย1) ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง/ แหล่งข้อมูล2) เครื่องมือในการวิจัย3) การเก็บรวบรวมข้อมูล4) การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้2.4 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล2.5 บทที่ […]

เทคนิคในการหาหัวข้อวิจัยและการตั้งชื่อเรื่องวิจัย

researcherthailand

ชื่อเรื่องวิจัยนับเป็นจุดแรกที่จะดึงดูดความสนใจของผู้อ่านและทำให้ผู้อ่านเกิดความเข้าใจในปัญหา รวมทั้งวิธีการดำเนินการวิจัยของผู้วิจัยอีกด้วย ดังนั้นการตั้งชื่อเรื่องวิจัยจึงต้องเขียนให้ชัดเจน เข้าใจง่ายไม่เขียนอย่างคลุมเครือ ****ด้วยเหตุนี้ผู้วิจัยจึงต้องระมัดระวังในการตั้งชื่อเรื่องวิจัยให้เหมาะสม ซึ่งมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาดังนี้ ควรตั้งชื่อเรื่องวิจัยให้สั้น โดยใช้คำที่เฉพาะเจาะจง หรือสื่อความหมายเฉพาะเรื่อง และควรเป็นภาษาที่เข้าใจง่าย กะทัดรัด แต่ชื่อเรื่องก็ไม่ควรจะสั้นเกินไปจนทำให้ขาดความหมายทางวิชาการ ควรตั้งชื่อเรื่องวิจัยให้ตรงกับประเด็นของปัญหา เมื่อผู้อ่านอ่านแล้วจะได้ทราบว่าเป็นการวิจัยเกี่ยวกับปัญหาอะไรได้ทันที อย่างตั้งชื่อเรื่องวิจัยที่ทำให้ผู้อ่านตีความได้หลายทิศทาง และอย่าพยายามทำให้ผู้อ่านเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากเกินความเป็นจริง ควรตั้งชื่อเรื่องวิจัยโดยการใช้คำที่บ่งบอกให้ทราบถึงประเภทของการวิจัย ซึ่งจะทำให้ชื่อเรื่องชัดเจน และเข้าใจง่ายขึ้น เช่น3.1 การวิจัยเชิงสำรวจ มักใช้คำว่า การสำรวจ หรือการศึกษาในชื่อเรื่องวิจัยหรืออาจระบุตัวแปรเลยก็ได้ เช่น การศึกษาการใช้สารเคมีของชาวอีสานหรือการสำรวจการใช้สารเคมีของชาวอีสาน หรือการใช้สารเคมีของชาวอีสานเป็นต้น3.2 การวิจัยเชิงศึกษาเปรียบเทียบ การตั้งชื่อเรื่องวิจัยในลักษณะนี้มักจะใช้คำว่า การศึกษา เปรียบเทียบ หรือการเปรียบเทียบ นำหน้า เช่นการศึกษาเปรียบเทียบความสามารถในการอ่านของนักเรียนในเขตและนอกเขตเทศบาล ของจังหวัดมหาสารคาม3.3 การวิจัยเชิงสหสัมพันธ์ การวิจัยประเภทนี้จะใช้คำว่า การศึกษาความสัมพันธ์ หรือความสัมพันธ์ นำหน้าชื่อเรื่องวิจัย เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างความขัดแย้งกับพ่อแม่และการปรับตัวของวัยรุ่น เป็นต้น3.4 การวิจัยเชิงการศึกษาพัฒนาการ การวิจัยประเภทนี้มักใช้คำว่าการศึกษาพัฒนาการหรือพัฒนาการ นำหน้าชื่อเรื่องวิจัย เช่น การศึกษาพัฒนาการด้านการเขียนของเด็กก่อนวัยเรียนในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม3.5 การวิจัยเชิงทดลอง การตั้งชื่อเรื่องวิจัยประเภทนี้อาจตั้งชื่อได้แตกต่างกันออกไปตามลักษณะของการทดลอง เช่น อาจใช้คำว่า การทดลอง การวิเคราะห์การสังเคราะห์ การศึกษา […]

เทคนิคการเขียนวิทยานิพนธ์ตอนที่ 2: ระเบียบวิธีวิจัย Research Methodology

researcherthailand

เทคนิคการเขียนวิทยานิพนธ์ตอนที่ 2: ระเบียบวิธีวิจัย Research Methodologyบทที่ว่าด้วยระเบียบวิจัยนั้นมักจะสร้างความเบื่อหน่ายให้หลายๆ คนที่ไม่รู้ว่า จะเขียนอย่างไรไม่ให้เป็นการลอกเลียนแบบหรือ Plagiarism ควรจะต้องเขียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง ควรจะเขียนมากน้อยขนาดไหนจากประสบการณ์ของผมแล้วบท Methodology ควรมีลักษณะดังนี้ครับ เขียนเสมือนหนึ่งว่าเรากำลังเล่าให้ผู้อ่านฟังว่าเราทำวิจัย(วิทยานิพนธ์)นี้อย่างไรจุดประสงค์อย่างหนึ่งของบท Methodology ก็คือ ผู้อ่านสามารถทำวิจัยแบบที่เราทำซ้ำได้อีกครั้ง (Replication) ดังนั้นข้อมูลที่เราจะเขียนลงไปในบทนี้ควรจะมีรายละเอียดที่เพียงพอให้ผู้อ่านสามารถทำได้ดังกล่าว อย่างไรก็ตามเราอาจจะไม่ต้องเขียนไปทุกรายละเอียดแต่เล่าในเชิงขั้นตอนว่าทำอะไรอย่างไรบ้าง เช่น สัมภาษณ์โดยวิธีการใด ตัวต่อตัว หรือ ผ่านโทรศัพท์ หรือผ่าน Skype มีการเลือกกลุ่มตัวอย่างด้วยวิธีไหน จำนวนตัวอย่างใช้วิธีใดคำนวณหรือเลือกและสุ่มโดยบังเอิญ หรือ โดยเฉพาะเจาะจงตามความสะดวกหรือการเข้าถึงข้อมูล หากการสัมภาษณ์ใช้แบบสอบถามก็ควรจะมีการแนบแบบสอบถามหรือรายชื่อหัวข้อที่ถามในกรณีที่เป็นการสัมภาษณ์แบบกึ่งเปิดกึ่งปิด โดยควรแนบไว้ที่ภาคผนวก (Appendices) มากกว่าแนบไปในตัวบท เขียนเสมือนหนึ่งว่าเรากำลังอธิบายว่าเราตัดสินใจเลือกและออกแบบกระบวนการต่างๆ ในการทำวิจัยอย่างไรในข้อนี้เป็นการแสดงว่าระเบียบวิธีวิจัยของเรานั้นมีความถูกต้องและเหมาะสมตามหลัก มีแนวทางการเขียนดังนี้2.1 การเลือกระเบียบวิธีวิจัยให้เหมาะสมนั้นขึ้นอยู่กับคำถามวิจัยที่ใช้ ไม่ใช่โดยเหตุผลอื่นๆ เช่น เราคำนวณเก่งหรือไม่เก่ง หรือแม้จะอ้างว่ายังไม่มีใครใช้วิธีนี้ในการวิจัยเรื่องนั้นๆ ซึ่งแม้บางทีจะพอรับได้แต่ก็ไม่ถูกต้องตลอดไป ตัวอย่างการเลือกวิธีการวิจัยที่เหมาะสมเช่นก. คำถามวิจัยเริ่มต้นด้วยคำว่า ทำไม… จึงต้องการรายละเอียดที่จะอธิบายสาเหตุดังกล่าวประกอบกับยังไม่มีแนวทางจากงานวิจัยในอดีตมากนักจึงใช้การสัมภาษณ์แบบปลายเปิดแบบเชิงลึก หรือข. คำถามวิจัยเริ่มด้วยคำว่า อะไร… เท่าไหร่ ต้องการคำตอบในเชิงปริมาณครอบคลุมกลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่ จึงใช้การสำรวจโดยใช้แบบสอบถาม2.2 การเลือกวิธีการวิจัยอาจจะอ้างอิงจากงานวิจัยในอดีตที่ใกล้เคียงกันเช่นจำนวนตัวอย่างที่เหมาะสม หรือหัวข้อคำถาม […]