นักวิจัยจำเป็นต้องมีความรู้เรื่อง การเขียนโครงการวิจัย การออกแบบการวิจัย และการเขียนรายงานการวิจัย ดังรายละเอียด

การเขียนโครงการวิจัย โครงการวิจัยหรือโครงร่างการวิจัย (Research Proposal) มีความสำคัญในการวิจัย เป็นการกำหนดแผนว่าจะทำวิจัย ประกอบด้วยรายละเอียด ดังนี้– ชื่อเรื่อง การตั้งชื่อควรใช้ภาษาง่าย ๆ และใช้ประโยคที่ได้ใจความสมบูรณ์ชัดเจน– ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา เขียนในลักษณะของความเรียงโดยบรรยายที่มาของปัญหาที่ต้องการจะทำวิจัยนั้น และมีแรงจูงใจอย่างไรบ้างที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ทำการวิจัยต้องการจะวิจัยปัญหานี้ รวมทั้งประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับด้วย– วัตถุประสงค์ของการวิจัย เขียนระบุให้ชัดเจนเป็นข้อ ๆ ว่า ผู้วิจัยต้องการทราบอะไร– สมมติฐานในการวิจัย (ถ้ามี)– ขอบเขตการวิจัย เป็นการกำหนดขอบเขตของปัญหาที่ทำการวิจัยว่ากว้างหรือแคบเพียงใด โดยทั่วไปมักกำหนดขอบเขตในเรื่องเวลา สถานที่และกลุ่มตัวอย่าง– ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับการวิจัย เป็นการบอกว่างานวิจัยจะให้ประโยชน์ในแง่ใด เช่น แง่การบริหาร การวางแผน การนำผลการวิจัยไปใช้ ควรระบุเป็นข้อ ๆ ให้ชัดเจน– นิยามศัพท์หรือคำจำกัดความที่ใช้ในการวิจัย เป็นการเขียนความหมายเฉพาะในการวิจัยที่ผู้วิจัยกำหนดขึ้นมา ไม่ได้เป็นความหมายในพจนานุกรมแต่อย่างใด– เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เขียนเอกสาร ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องในลักษณะผสมผสาน-วิธีดำเนินการวิจัย กล่าวถึงการวิจัยโดยสรุปครอบคลุม ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล และวิธีการวิเคราะห์ข้อมูล– บรรณานุกรม
4เทคนิคการวิเคราะห์ข้อมูลในการวิจัย

การวิเคราะห์ข้อมูล (Analysis) เป็นการจัดระเบียบแยกแยะส่วนต่าง ๆ ของหลักฐาน หรือข้อมูลที่ได้ออกเป็นหมวดหมู่ เพื่อหาคำตอบตามความมุ่งหมาย และตามสมมติฐานที่ได้กำหนดไว้ การวิเคราะห์ข้อมูลนี้เป็นขั้นการทำงานที่ต่อเนื่องมาจากการวัด การนับ และจัดเรียงลำดับข้อมูล ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการนำเอาวิธีการทางสถิติมาวิเคราะห์หาค่าตัวแปรหรือหาลักษณะของตัวแปร ผู้วิจัยจะต้องวางแผนและเตรียมการณ์ล่วงหน้าตั้งแต่เริ่มทำการวิจัยโดยมีข้อแนะนำในการวิเคราะห์ดังนี้ กลับไปอ่านจุดมุ่งหมายหรือข้อความที่เป็นปัญหาจนแจ่มแจ้งก่อน ดูแต่ละหัวข้อปัญหาว่าต้องการข้อมูลประเภทใด และจะใช้วิธีการสถิติอะไร สถิติเหล่านั้นหาได้หรือไม่จากข้อมูล เพื่อไปแก้ปัญหาจากจุดมุ่งหมายแต่ละข้อ เลือกข้อมูลที่ได้มา นำมาจัดเป็นหมวดหมู่ แบ่งตามเนื้อหาของปัญหาแต่ละข้อ คำนวณค่าสถิติให้ตรงตามหัวข้อปัญหาที่จะตอบ พยายามแปลความหมายของข้อมูลเป็นระยะ ๆ ไป พยายามนึกถึงรูปร่างของตารางที่จะเสนอ ลักษณะควรย่อ สั้น แต่บรรยายความได้มาก ถ้าข้อมูลจัดเสนอเป็นกราฟชนิดต่าง ๆ ก็ต้องหาวิธีการทำให้เข้าใจได้ง่ายที่สุด อย่าให้ซับซ้อนอย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์ข้อมูลใด ๆ มักไม่พ้นการใช้วิธีการทางสถิติ ดังนั้น ในการวิเคราะห์ข้อมูล ควรมีขั้นตอนในการดำเนินการ ดังนี้ขั้นตอนในการวิเคราะห์ข้อมูล1. จัดหรือแยกประเภทข้อมูลที่จะศึกษาออกเป็นหมวดหมู่ เพื่อสะดวกและง่ายต่อการที่จะนำไปวิเคราะห์ต่อไป รวบรวมและจดบันทึกข้อมูลลงในกระดาษที่ได้เตรียมไว้ ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยเลือกใช้เทคนิคต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับลักษณะของข้อมูลและระดับของข้อมูลที่นำมาศึกษาและสามารถตอบคำถามตามจุดมุ่งหมายการวิจัยที่ตั้งไว้ เสนอผลการวิเคราะห์ที่ได้ โดยพยายามเสนอให้มีความแจ่มชัดและเข้าใจง่าย ซึ่งนิยมเสนอในรูปตารางหรือแผนภูมิ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล เป้าหมายหลักในการดำเนินการวิจัย คือ การศึกษาหาข้อสรุปเกี่ยวกับคุณลักษณะของประชากร การที่จะบรรลุเป้าหมายนี้ได้ โดยหลักการควรศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากประชากร […]
7เทคนิคการเขียนรายงานการวิจัยทางธุรกิจ

การเขียนรายงานการวิจัยมีการกำหนดรูปแบบที่ชัดเจน มีระเบียบและสอดคล้องกันทั้งเล่ม ดังนั้น องค์ประกอบของการเขียนรายงานการวิจัยจึงมีหลายองค์ประกอบที่ควรพิจารณา คือ รูปแบบการพิมพ์จะต้องตรงตามระเบียบวิธี สวยงาม มีองค์ประกอบของรายงานครบถ้วน เช่น การจัดตัวอักษรเข้ม ใหญ่ เล็ก ตามลำดับ มีหัวข้อย่อย และหัวข้อรอง และสอดคล้องกันทั้งเล่ม การนำเสนอเนื้อหาต้องมีความชัดเจน ตรงประเด็น มีการตรวจสอบความถูกต้องตลอดทั้งเล่ม และมีสาระที่เกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่อง ไม่นำความรู้สึกส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง ความถูกต้องของเนื้อหาตามหลักวิชาการ และเนื้อหาอย่างมีเหตุผล ความสอดคล้องสัมพันธ์กันของเนื้อหาตลอดทั้งเล่ม ไม่ควรทำรายงานงานการวิจัยในรูปแบบคัดลอกและตัดปะ การอ้างอิงจะต้องถูกต้องและเชื่อถือได้ อ้างอิงตามหลักเกณฑ์ทางวิชาการ เป้าหมายของรายงานผลการวิจัย ควรพิจารณาว่าใครเป็นผู้อ่าน เพื่อการเขียนที่สอดคล้องกับผู้อ่านหลักการใช้ภาษา ควรพิจารณาว่าใครเป็นผู้อ่าน เพื่อการเขียนที่สอดคล้องกับผู้อ่าน หลักการใช้ภาษาต้องถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ เขียนให้อยู่ในรูปของประโยค ไม่ใช่ภาษาพูด หรือ ภาษาสมัยนิยม เน้นเนื้อหาที่สมบูรณ์และมีเหตุผล เข้าใจง่าย รวมถึงการใช้ถ้อยคำที่สุภาพการเขียนรายงานวิจัยเป็นงานวิชาการที่ต้องมีความสม่ำเสมอทั้งระบบ มีระเบียบแบบแผน รูปแบบและความสวยงามที่เหมาะสม เพื่อทำให้ผู้อื่นรู้ว่าเราทำอะไร มีขั้นตอนอย่างไร อธิบายถึงเหตุผลในการดำเนินการวิจัยทางธุรกิจ และรายงานผลที่ได้จากการทำวิจัยทางธุรกิจ ในการเขียนรายงานการวิจัยมีรูปแบบและหลักการเขียนที่หลากหลายรูปแบบ ดังนั้นผู้วิจัยจึงควรศึกษาและวางแผนก่อนจะต้องตัดสินใจ และควรพิจารณาก่อนว่าจะเขียนรายงานการวิจัยเพื่อนำเสนอใคร รูปแบบการเขียนควรเป็นอย่างไร ซึ่งขึ้นอยู่กับหน่วยงานและผู้อ่านที่มีข้อกำหนดแตกต่างกัน จึงควรทำการศึกษาให้ละเอียด และควรเขียนต้นฉบับร่าง แล้วนำมาอ่านใหม่ตั้งแต่ต้นจนจบหลายๆ ครั้ง […]
7 แนวคิดกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นในงานวิจัย

เปิดกว้างเพื่อการเปลี่ยนแปลง … กำหนดเป้าหมาย แต่ไม่กำหนดวิธีการ … สร้างค่านิยมแห่งการสร้างสรรค์ พร้อมปลูกฝังเข้าไปในทีม … สร้างบรรยากาศแห่งความคิดสร้างสรรค์ … ระดมสมองประลองปัญญากันอย่างสร้างสรรค์ … อย่ารีบด่วนตัดสินใจ ให้มองหาความคิดอื่นมาเปรียบเทียบเสมอ … อย่าปล่อยให้พนักงานจมอยู่กับสิ่งเดิมๆ นานเกินไป
ความหมายของ T – test dependent และ T – test independent

การใช้t-test แบบ Independent การใช้t- test แบบ dependent
6เป้าหมายของการวิเคราะห์/ วัตถุประสงค์ของการวิจัย

6เป้าหมายของการวิเคราะห์/ วัตถุประสงค์ของการวิจัย• เพื่อบรรยายประชากรหรือกลุ่มตัวอย่าง• เพื่ออธิบายความสัมพันธ์และการท านาย• เพื่อทดสอบความแตกต่างระหว่างประชากร• เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างของกลุ่มตัวแปร• เพื่อวิเคราะห์เชิงสาเหตุ• เพื่อตรวจสอบความตรงของโมเดลกับข้อมูลเชิงประจักษ์
8ขั้นตอนของการทําวิจัย พรทิพย์ พิมลสินธุ์(2551:66) ได้แบ่งขั้นตอนของการทําวิจัยออก

เป็น 8 ขั้นตอนดังต่อไปนี้ คือ การกําหนดปัญหาของการวิจัย การทบทวนเอกสาร บทความ ตํารา และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การตั้งสมมติฐานของการวิจัย การออกแบบการวิจัย การรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล การตีความหมายข้อมูล การเขียนรายงานการวิจัย
ขั้นตอนการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วยโปรแกรม SPSS

ขั้นตอนการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย SPSSการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วยโปรแกรม SPSS เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว โดยมีลำดับขั้นตอนการวิเคราะห์ ดังนี้1. การเตรียมข้อมูล ผู้วิจัยต้องเตรียมเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูลที่เหมาะสมกับการวิเคราะห์ด้วยคอมพิวเตอร์ (ซึ่งแตกต่างจากการวิเคราะห์ด้วยมือ) โดยในแบบสอบถามนั้นจะต้องกำหนดชื่อตัวแปร (Variable Name) และค่าของตัวแปร (Value) ให้เป็นตัวเลขเท่านั้น2. การสร้างแฟ้มข้อมูล ต้องกำหนดชื่อตัวแปร (Variable Name) ให้สอดล้องกับที่กำหนดไว้ในแบบสอบถาม และสร้างคู่มือลงรหัส (Code book) ที่กำหนดสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งประกอบด้วย การกำหนดชื่อตัวแปร (Variable Name หรือ Name) ตำแหน่งทศนิยมของค่าของตัวแปร (Decimals) คำอธิบายชื่อตัวแปร (Label) ค่าของตัวแปร (Value) ความหมายของค่าของตัวแปร (Value Label) และระดับการวัดข้อมูล (Maesure)3. การบันทึกข้อมูล ข้อมูลที่จะบันทึกต้องเป็นตัวเลขเท่านั้น โดยกำหนดค่าของตัวแปรที่เป็นตัวเลือกในแบบสอบถามให้เป็นตัวเลขเสียก่อน4. การวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ ผู้วิจัยสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้โดยง่าย ทั้งค่าสถิติพื้นฐานและค่าสถิติสำหรับทดสอบสมมุติฐาน โดยใช้คำสั่งจาก Menu bar เลือก Analyze แล้วเลือกค่าสถิติที่ต้องการวิเคราะห์จาก Window ที่ปรากฏตามลำดับ […]
สถิติสำคัญต่อชีวิตเราอย่างไร

สถิติ คือ ตัวเลขต่าง ๆ ที่ได้มีการรวบรวมขึ้นเพื่อบอกข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคุณสมบัติหรือลักษณะบางสิ่งบางอย่างที่สามารถแสดงออกเป็นตัวเลขได้ สถิติมีบทบาทที่สำคัญดังต่อไปนี้ (ภัทรา นิคมานนท์, 2539 : 159) ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ (1) สถิติพื้นฐานใช้อธิบายคุณลักษณะต่าง ๆ เช่น ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ฯลฯ เป็นต้น (2) สถิติที่หาค่าความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร เช่น สหสัมพันธ์อย่างง่าย ใช้ตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือก่อนนำไปใช้จริง คุณภาพที่จำเป็นต้องตรวจ เช่น ความเที่ยงตรง ความเชื่อมั่น ค่าอำนาจจำแนก ความยากง่าย ฯลฯ เป็นต้น ใช้กำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่าง ในการวิจัยที่ไม่สามารถใช้ประชากรทั้งหมดจึงจำเป็นต้องกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างที่เหมาะสมเพื่อสามารถเป็นตัวแทนที่ดีของประชากร
7เทคนิคในการเขียนบทที่ 1

ภูมิหลัง ต้องเขียนเหตุผลของปัญหาที่จะทำวิจัยในภาพกว้าง หรือไกลสิ่งนั้นเข้าสู่ จุดที่ทำวิจัยหรือใกล้สิ่งนั้น (ควรมีเอกสารอ้างอิงของอาจารย์ภาควิชา/คณะที่ศึกษาด้วย) โดยทั่วไปจะกล่าวถึง 1.ปัญหา 2.ตัวแปรหรือพฤติกรรมที่จะทำวิจัย 3.กลุ่มตัวอย่าง 4.เทคนิค/วิธีที่จะทำกาวิจัย (ควรมีความยาว 3 – 6 หน้า) กรอบแนวคิด (ถ้ามี) แสดงถึงแนวความคิด ปรัชญา/หลักการ ต้องอ้างอิงตำรา หรือเอกสารที่นำมาเป็นกรอบแนวคิดด้วย (ไม่ใช่อ้างอิงงานวิจัยของอื่นมาเป็นกรอบ เพราะเท่ากับลอกเลียนการทำวิจัยของคนอื่น) งานวิจัยบางเรื่องที่ต้องใช้ทฤษฎี หลักการของนักวิชาการก็ควรมีกรอบการทำวิจัย บางเรื่องไม่ต้องมีกรอบก็ได้ เพราะหลักสำคัญของการทำวิจัยจะพิจารณาจากจุดมุ่งหมายของการวิจัย จุดมุ่งหมาย ต้องเขียนให้กะทัดรัด ชัดเจน จัดลำดับตามผลการวิจัย ที่จะเสนอใน บทที่ 4 อาจจะมีการปรับเปลี่ยนจุดมุ่งหมายให้กระชับขึ้น เมื่อจะเขียนบทที่ 4 (ไม่ควรเอาชื่อเรื่องการวิจัยมาเป็นจุดมุ่งหมาย เพราะจุดมุ่งหมายต้องมีรายละเอียดมากกว่าหัวข้อเรื่อง) ความสำคัญ ต้องคิดไว้ล่วงหน้าก่อนทำวิจัยว่า งานวิจัยนี้มีคุณค่า หรือมีประโยชน์หรือไม่ ถ้าคิด ว่ามีความสำคัญหลายประเด็น ก็เขียนเป็นรายข้อ (ไม่ควรเกิน 3 ข้อ) และข้อความ ที่เขียนต้องเป็นจริงพอสมควร เมื่อมีหัวข้อความสำคัญแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องมีหัวข้อประโยชน์ของการวิจัยอีก เพราะความสำคัญย่อมมีคุณค่ากว่าประโยชน์ของการวิจัย สมมุติฐาน […]